...แด่ปีกที่ฉีกขาด...

posted on 28 Aug 2005 01:18 by deltadrive  in Fiction

...ปีกคู่งามที่กลางหลังของฉันคือความภาคภูมิใจเพียงอย่างเดียวที่ฉันพอจะมีอยู่...
ขนขาวยาวนุ่มดั่งสำลี ละเอียดและเย็นดั่งปุยเมฆสีขาวบนฟ้า
ไม่มีตรงไหนที่ขนจะขาดวิ่น ไม่มีตรงไหนที่ปีกของฉันจะสกปรกดำหมอง
ปีกคู่รักของฉัน...ฉันดูแลมันเป็นอย่างดี
หากมีแผล ฉันจะรีบรักษามันโดยไว
หากเปรอะเปื้อน ฉันก็จะรีบเช็ดล้างโดยเร็ว
หมั่นสางขนให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
ชโลมน้ำมันจนทั่วเพื่อความเงางาม
ปีกของฉันจึงดูงามเด่นกว่าปีกของใครๆ

ฉันใช้ปีกนี้บินไปบนท้องฟ้าสีฟ้าสด มองดูเมฆหมอก ต้นไม้ สายธาร ทิวเขาสูงชัน
มองดูสรรพสัตว์บนพื้นต่างดำเนินวิถีชีวิตของตน
บางครั้ง ฉันใช้ปีกคู่งามของฉันบินหยอกล้อกับฝูงนกบนฟ้า
บางครั้ง ฉันก็ใช้ปีกคู่งามของฉันบินโฉบทักทายฝูงปลาที่โจนทะยานขึ้นเหนือผืนน้ำ
บางครั้งก็หยอกล้อกับแสงอันอบอุ่นของพระอาทิตย์
และบางครั้งก็รื่นเริงกับแสงนวลเย็นของพระจันทร์
...ฉันเป็นอิสระ ไปได้ในทุกทุกที่ที่ฉันอยากไปด้วยปีกของฉัน...

ในยามหลับ ฉันจะใช้ปีกของฉันต่างผ้าห่ม
ในยามตื่น ฉันก็ใช้ปีกของฉันนำพาสายลมอันสดชื่นมาปะทะกายโดยการโบกสะบัด
ในยามสุข ฉันก็มีปีกคู่นี้คอยแสดงความยินดี
ในยามทุกข์ ฉันก็มีปีกคู่นี้ที่คอยปลอบโยน
และในเวลาที่ฉันเหงา ฉันก็มีปีกคู่นี้ที่คอยโอบกอดตัวเองเอาไว้ไม่ให้รู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างเกินไป

ฉันใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอด ไร้ญาติขาดมิตรมานานด้วยทุกคนต่างตายจากฉันไปเสียหมด
ฉันใช้ชีวิตที่เรียบสงบ ง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องแคร์ใคร ไม่ต้องห่วงใคร นอกจากตัวเอง
ตื่นเช้าก็อาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน ตกค่ำก็กลับบ้านหาข้าวปลากินแล้วก็นอนดูทีวีหรืออาจอ่านหนังสือสักหน่อยก่อนจะนอน
นานๆครั้งถึงจะลุกขึ้นมาแต่งตัวออกไปดูภาพยนตร์เรื่องที่สนใจสักครั้ง ซึ่งเรื่องที่ฉันสนใจมันก็ไม่ค่อยจะมีให้ดูกันบ่อยๆเสียด้วย
...ชีวิตฉันมันเรียบง่ายจนดูน่าเบื่อหน่าย ไร้ความตื่นเต้นแบบนี่ล่ะ...

แล้ววันหนึ่ง...
ฉันก็พบกับเธอ ...ผู้มีปีกคู่โตสีดำสนิท...
ปีกของเธอมิใช่ดำเพราะความสกปรก แต่เป็นเพราะมันเป็นสีเช่นนั้นอยู่แล้ว
ปีกที่ปกคลุมด้วยขนสีดำอันเงางาม ขนาดที่ใหญ่พอจะโอบกอดฉันและเธอไว้ได้ด้วยกัน
เธอเอ่ยปากชมว่าปีกของฉันสวยงามและมีเสน่ห์ดึงดูดเขา
แต่ฉันกลับคิดว่าฉันต่างหากที่ตกเป็นฝ่ายถูกดึงดูดด้วยปีกสีดำของเขามากกว่า

...เราตัดสินใจคบกัน...

แรกๆ ฉันคิดว่าความรักของเราจะไปกันได้ด้วยดี ดูเธอห่วงใย เอาใจใส่ คอยดูแลช่วยเหลือ
ปีกสีดำของเธอขยับขึ้นลงซ้ายขวาเพื่อทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ฉันโดยแทบไม่หยุดพัก
ฉันสังเกตุว่าขนบางเส้นของเขาเริ่มกลายเป็นสีเทา
"คงเพราะเหนื่อยล้าหรือเปล่า" ฉันคิด

แต่...

วันนี้...

ฉันรู้ว่าตัวเองคิดผิดมหันต์
ขนปีกที่กลายเป็นสีเทานั่น มิใช่เกิดจากความอ่อนล้าเพื่อดูแลฉัน แต่เกิดจากสิ่งที่ปกคลุมภาพลักษณ์อันน่าเกลียดของเธอกำลังหลุดลอกออกต่างหาก

ฉันนั่งสะอื้นไห้ที่กลางมุมห้องบนตึกชั้นสูงสุด ปีกของฉันฉีกขาดรุ่งริ่ง ขนถูกดึงออกมาจนปลิวเต็มห้อง เหลือเพียงไม่กี่เส้นที่ยังติดอยู่บนปีกอันเคยสวยงาม ข้อต่อของปีกถูกหักทิ้งมิให้ขยับได้ เลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากบาดแผลจนนองทั่งห้องและย้อมขนของฉันบนพื้นให้กลายเป็นสีแดง

เธอ...ยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งที่มุมหนึ่งของห้อง ในมือเธอถือกระจุกขนสีขาวของฉันเอาไว้เต็มกำมือ
ปีกสีดำคู่โตที่เคยเต็มไปด้วยขนสีดำขลับกลับกลายเป็นเพียงปีกที่มีแต่หนังสีดำหยาบกระด้าง
เธอค่อยๆบรรจงเสียบขนของฉันลงไปบนปีกอันน่าเกลียดของเธอ สีขาวบนขนค่อยๆถูกสีดำจากปีกของเธอรุกไล่จนกลายเป็นสีดำสนิทแทน
ขนสีดำของเธอที่กองอยู่ปลายเท้า ค่อยๆกลับกลายเป็นสีเทา - สีแห่งความหมองเศร้า เงียบเหงา โดดเดี่ยว ดั่งเจ้าของขนคนก่อนๆที่ถูกเธอทิ้งมา
เธอเดินไปเปิดประตูกระจกที่ติดกับระเบียง หอบเอาขนสีเทาโปรยทิ้งลงไป ขนเหล่านั้นปลิวตามกระแสลมขึ้นไปบนฟ้าราวกับจะกลับไปหาเจ้าของคนเก่าของมัน

ฉันมันก็แค่เพียงหนึ่งในบรรดาเหยื่อของเธอ เธอบอกกับฉัน เธอก็แค่ต้องการชื่นชมในความงามของปีกของฉันแค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น และเมื่อเธอเบื่อ เธอก็จะพรากเอาความสวยงามของปีกนั้นมาไว้ที่เธอ จากนั้นเธอก็จะไม่ใยดีต่อฉัน และใช้ปีกที่เธอแย่งชิงจากฉันไปใช้หลอกหาความสุขเพียงชั่วคราวของเธอจากผู้หญิงคนอื่นต่อไป

ฉันไม่รับรู้อะไร แม้แต่เสียงที่เขาพูด ในหัวมีแต่ความโศกเศร้าเสียใจ มีแต่ความรู้สึกโทษตัวเองที่หลงเชื่อคนอย่างเธอ ที่มอบให้เธอไปทั้งใจ เสียใจที่โดนเธอหักหลัง ภาพความทรงจำตอนที่มีความสุขกับเธอประดังเข้ามาในหัว แต่เพียงครู่เดียวก็กลับโศกเศร้าเช่นเดิม ฉันยังนั่งสะอื้นไห้อยู่กลางห้อง เขาเดินเข้ามาอุ้มฉันไว้แนบอก เดินไปยังระเบียง แล้วก็ทิ้งร่างฉันลงมา

...และร่างของฉันก็กำลังร่วงหล่นหมุนคว้างอย่างเป็นอิสระอยู่ท่ามกลางอากาศอันว่างเปล่าเหนือพื้นดินหลายสิบหลายร้อยเมตร...

ชั่วแว่บหนึ่ง ฉันเห็นปีกคู่โตของเธอและรอยยิ้มที่ฉันคิดว่าดูน่าเกลียดที่สุดจากหน้าต่างคล้ายกับจะเป็นการบอกลากันไปชั่วชีวิต ก่อนที่ภาพของเธอจะห่างออกไปอย่างรวดเร็วจนเป็นเพียงจุดเล็กๆ และลับสายตาไปในเวลาไม่นาน

ฉันร่วงลงสู่พื้นอย่างรวดเร็วและน่าใจหาย
ทั้งๆที่ฉันเคยโฉบจากท้องฟ้าลงสู่พื้นอย่างรวดเร็วหลายครั้งหลายหน
แต่ว่า นี่ไม่ใช่การ "โฉบ"
แต่มันคือการ "ร่วง"

ปีกที่เคยสวยงามและพาฉันโบยบินไปทุกแห่งหน บัดนี้กลับขาดรุ่งริ่งไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว
แม้พยายามขยับปีกสักเท่าไรก็ดูเหมือนกับว่าไร้ค่า ปีกถูกหัก ข้อต่อใช้การไม่ได้ ขนถูกทึ้งออกหมด ไร้ขน ฉันก็ไร้สิ่งที่คอยต้านอากาศ ไม่มีขนไว้คอยรับแรงลมและโฉบร่อนบนฟากฟ้าได้อีก

...แม้ฉันจะพยายามขยับปีกเพื่อจะโอบกอดตัวเองเอาไว้ก่อนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตยังทำไม่ได้...

...ฉันจึงเป็นเพียงร่างร่างหนึ่งกับปีกโทรมๆขาดรุ่งริ่งที่หมุนคว้างอยู่กลางอากาศ และกำลังร่วงลงสู่พื้นดิน...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบมากๆ........

#1 By Gratai...Ka!!! on 2005-08-28 04:07

โร แ ม น ติ ค แ หะ

โดน

#2 By ZachNIMP on 2005-10-06 09:35

พอจะเห็นภาพ+เรื่องที่สื่อออกมาได้ชัดมากเลยค่ะ ชอบมาก

#3 By BassYoncE on 2006-01-21 00:36