ในทันทีที่ฉันเอื้อมมือไปกดปุ่ม สายลมจากพัดลมที่ปะทะผิวกายทำให้เส้นผมที่ยาวประบ่าของฉันโบกสะบัดจนน่ารำคาญและต้องรวบผมเป็นหางม้าไว้ด้วยยางรัดผมสีชมพู ท่ามกลางอากาศร้อนกลางเดือนเมษายนเช่นนี้ ทำให้มีแต่สายลมร้อนๆที่ไม่ช่วยให้รู้สึกเย็นลงแต่อย่างใด ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ฉันก็ยังคงเปิดพัดลมเอาไว้

คอมพิวเตอร์ด้านหน้าฉันส่งเสียงครางหึ่งๆราวกับจะบ่นอุบอิบถึงอากาศที่ร้อนสุดทน บนจอ ปรากฏหน้าต่างโปรแกรมสนทนาพร้อมข้อความทักทายมาจากใครคนหนึ่ง ฉันเลื่อนเมาส์เพื่อคลิกเข้าไปดู ปรากฏหน้าต่างแสดงกรอบคำพูดสีฟ้าใสโดดเด่นขึ้นมาเต็มจอ


สวัสดีจ๊ะ ฝ่ายนั้นเปิดฉากการสนทนาก่อน
สวัสดี ฉันตอบกลับไปแบบสั้นๆ
คิดถึงจัง
อือ
ทำไมตอบห้วนจังเลย ไปโกรธอะไรใครมาหรือเปล่า
เปล่านี่ ไม่มีอะไรหรอก
ขอวิวได้ไหม
เอาสิ

ว่าแล้วฉันก็ยื่นมือไปหยิบเอากล้อง webcam ตัวเล็กสีชมพูสดใสขึ้นมาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ ปรับมุมกล้องให้พอดีที่จะมองเห็นใบหน้าของฉันได้ชัดเจน จากนั้นจึงเปิดกล้องให้ทำงาน

หลังจากนั้น ฉันก็คว้าเอากระติกน้ำทรงสูงสีน้ำเงินที่วางอยู่บนเก้าอี้ข้างตัวด้านขวามือขึ้นมาทันที ของเหลวสีน้ำตาลแก่ที่แสนจืดชืดเพราะน้ำแข็งที่ละลายจนเกือบหมดทำให้มันเจือจางลงไปถูกลำเลียงผ่านลำคออย่างรวดเร็ว

'ไม่อร่อยเลยแฮะ เป๊ปซี่จืดๆแบบนี้' ฉันคิด


ร้อนเหรอ อีกฝ่ายถามกลับมาเมื่อเห็นฉันยกกระติกน้ำขึ้นดื่ม
อืม ร้อนมากเลย
แก้ผ้าสิ
จะบ้าเหรอ วิวอยู่เนี่ยนะ ไม่เอาล่ะ ฉันอาย ฉันตอบ
อายอะไรกันอีกล่ะ คนกันเอง เอาเป็นว่าผมถอดเป็นเพื่อนด้วยก็แล้วกัน

ว่าแล้วเขาก็จัดแจงถอดเสื้อยืดคอกลมสีเขียวออก กล้ามเนื้อที่เป็นมัดของชายหนุ่มวัยกลางคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำถูกส่งผ่านสายโทรศัพท์มาปรากฏบนหน้าจอของฉัน


แค่เสื้อพอนะ ฉันต่อรอง
อืม... ก็ได้

ฉันลุกขึ้นยืน ปรับมุมกล้องให้เขาได้เห็นท่าทางของฉันในขณะถอดเสื้อได้อย่างชัดเจน เสื้อกล้ามสีฟ้าถูกถอดออกและวางเอาไว้ใกล้ๆกับกระติกน้ำ ภาพที่ปรากฏบนกล้องเว็ปแคมในตอนนี้จึงเป็นร่างกายท่อนบนของฉันที่เหลือเพียงยกทรงสีขาวที่ปกปิดหน้าอกของฉันเอาไว้เพียงเท่านั้น


ถอดยกทรงออกด้วย เขาเอ่ยขึ้น
อาย... ขอใส่ไว้นะ
ไม่เอา ถอดออกเดี๋ยวนี้
ไม่ถอด
ถอดเดี๋ยวนี้!
อายนะ
จะถอดไหม เขาตอบกลับมาพร้อมกับชักสีหน้าโกรธเกรี้ยว
...





...ยกทรงสีขาวจึงถูกถอดวางรวมไว้กับเสื้อกล้ามสีฟ้าเมื่อครู่...





ทำไมถึงชอบดูหน้าอกฉันจัง
ผมชอบหน้าอกของคุณ
ชอบตรงไหน
ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เล็กเกินไป ขนาดกำลังพอดี เต็มไม้เต็มมือน่าจับ
แค่นั้นเหรอ...
มันขาวเนียนแล้วก็ยอดตรงนั้นมันไม่ดำคล้ำดูน่าเกลียดน่ะ
อยากจับไหม
อยาก อยากมากกว่าจับด้วยซ้ำ
บ้า ฝันไปเถอะ
เมื่อก่อนยังเคยทำมาแล้วเลย
นั่นมันเมื่อก่อน ไม่ใช่ตอนนี้
อืม... นั่นสินะ ผมลืมไป
...
...


"เงียบทำไม" เขาถาม
"แล้วคุณเงียบทำไม"
"ผมกำลังดูวิวคุณอยู่"
"แน่ใจว่าแค่ดูอย่างเดียว ไม่ได้ทำอย่างอื่นด้วยเหรอ"
"เปล่า ถ้าไม่ใช่คุณ ถึงผมจะทำอย่างที่คุณคิดมันก็แทนกันไม่ได้หรอก"
"บ้า เราจบกันไปแล้วนะ"
"นั่นมันความคิดของคุณ คุณพูดเองเออเอง ผมยังไม่ได้เห็นด้วยสักหน่อย"
"..."
"เงียบทำไม"

ฉันไม่ตอบเขา...

สายลมร้อนยังคงพัดปะทะผิวกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของฉัน เหมือนวันนั้น วันที่เราทั้งคู่เปลือยร่างรับลมร้อนด้วยกันทั้งคู่บนเตียง เปลือยเพื่อรับความร้อนในร่างกายของอีกฝ่าย รู้ทั้งรู้ว่าเขานั้นมีภรรยาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นตลอดสามวันและสามคืนที่เราไปเที่ยวทะเลด้วยกันเมื่อปีที่แล้วกลับกลายเป็นว่าไม่ได้เหยียบหาดทรายและน้ำทะเลแม้สักครั้ง แต่เรากลับเหยียบย่ำศีลธรรมอันดีของกันและกันอย่างบ้าคลั่งและเร่าร้อนรุนแรง

เขาเป็นหัวหน้างานของฉันเอง เราชอบกันตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ แม้ว่าเขาจะมีอายุรุ่นราวคราวพ่อ แต่ฉันเองกลับแพ้ความอบอุ่นที่แสนใจดีและความเป็นผู้ใหญ่ของเขาอย่างราบคาบ เราทั้งคู่แอบมีสัมพันธ์กันมาหลายปี ก่อนจะมีอะไรกันเป็นครั้งแรกนั้นเขาได้บอกกับฉันแล้วว่าเขานั้นมีภรรยาแล้ว ในตอนนั้นฉันเองไม่ได้สนใจมากนัก แต่ก็พบว่าถัดจากนั้นมาความจริงในข้อนี้ก็ยังตามรบกวนจิตใจฉันอยู่ตลอดเวลา

แต่สุดท้ายแล้วฉันก็ตัดสินใจที่จะเลิกกับเขาเพราะความรู้สึกผิดบาปที่เกาะกินใจมาตลอด หลังจากที่ผ่านพ้นสามวันสามคืนที่ทะเลนั้น ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯโดยมีเขาเป็นคนขับรถเบนส์สีดำคันโต และมีฉันนั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ ฉันเอ่ยปากบอกเลิกกับเขาออกไป และนั่นทำให้เรามีปากเสียงกันอย่างรุนแรงทั้งๆที่เขาก็ยังขับรถอยู่ ผลก็คือเราประสบอุบัติเหตุรถคว่ำถูกส่งไปนอนโรงพยาบาลด้วยกันทั้งคู่ ภรรยาของเขารีบมาดูแลเขาเป็นอย่างดีแทบจะทันทีทันใดที่ได้ยินข่าว

ฉันไม่อยากให้ภรรยาของเขาระแคะระคายเรื่องของเราสองคนและเป็นโอกาสที่ดีที่จะเลิกรากับเขา เมื่อหายดีแล้วฉันจึงขอยื่นใบลาออกกับฝ่ายบุคคลโดยอ้างเหตุผลร้อยแปดพันเก้าเท่าที่จะนึกขึ้นได้ในขณะนั้น และฉันก็ได้ออกจากงานเพื่อหนีหน้าเขาสมใจ เมื่อเขาทราบว่าฉันลาออกจากบริษัทก็พยายามติดต่อหาฉันทุกวิถีทาง จนในที่สุดฉันก็ใจอ่อนและยอมให้เขาได้คุยกับฉันผ่านอินเตอร์เน็ตมาจนทุกวันนี้


"นี่ เงียบทำไม เหม่ออะไรอยู่" เขาถามอีกครั้งเมื่อเห็นฉันเงียบหายไปนาน
"คิดอะไรเพลินๆอยู่"
"มาหาผมหน่อยได้ไหม"
"ไม่"
"มาหาหน่อยสิ"
"ให้ไปหาทำไม"
"อยากกอดคุณ"
"ไปกอดภรรยาคุณสิ"
"เขาไม่อยู่ ไปต่างจังหวัด"
"..."
"เงียบอีกแล้ว"
"..."
"กำลังตัดสินใจล่ะสิ"
"..."
"งั้นผมไปหาคุณก็ได้"
"อย่ามานะ"
"ทำไมล่ะ"
"บอกว่าอย่ามาก็อย่ามาสิ"
"แต่..."
"ถ้าคุณมา ฉันจะรู้สึกผิดต่อภรรยาคุณ"
"ทีเมื่อก่อนไม่เห็นเป็นเลย"
"นั่นมันเมื่อก่อน ไม่ใช่ตอนนี้"
"คุณเปลี่ยนไปนะ"
"..."
"เงียบ..."
"ใครล่ะที่ทำให้ฉันเปลี่ยนไป..."
"..."


บทสนทนาจบลงแค่นั้น

เราไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก ฉันลบรายชื่อติดต่อของเขาออกจากโปรแกรมสนทนา แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ลบรายชื่อของเขาออกไปโดยไม่บอกไม่กล่าว แต่ก็คงคล้ายๆกับตอนที่ฉันขอลาออกจากบริษัท มันน่าจะดีกว่าหากว่าเราสองคนแยกกันเดินไปบนเส้นทางของตัวเองเท่านั้น

ฉันปิดพัดลม คลื่นความร้อนถาโถมกระหน่ำซัดอีกครั้ง สายลมยังคงหยุดนิ่งเหมือนในวันที่เราเจอกันเป็นครั้งแรก



...และใจฉันในวันนี้ก็หยุดนิ่งตามสายลม...





เดเด้ทัปบี้ส์ Says :

ไม่รู้ว่านึกครึ้มอะไรหยิบงานเก่าตัวเองเอามาเขียนใหม่เสียอย่างนั้น อาจเป็นเพราะว่าไปพบเจอข้อผิดพลาดในต้นฉบับเก่าก็เป็นได้เลยเขียนใหม่เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดคราวนั้น (จริงๆแล้วมันคือการขายของเก่ากินเวลาหาเรื่องอัพบล็อคไม่ออก ฮา...)

เวอร์ชั่นเก่า

อ่านเทียบกันสองเวอร์ชั่นแล้วคุณๆชอบเวอร์ชั่นไหนมากกว่ากันฮะ?

ปล. ใครอ่านเวอร์ชั่นเก่าแล้วเจอข้อผิดพลาดที่เห็นชัดๆบ้างฮะ ผมเจอหนึ่งจุดล่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อดใจไม่ได้ที่จะไม่เม้น หนูแค่มาหาอ่าน Dream analysis เลยได้อ่านอะไรมากมายในนี้ ขอบคุณค่ะ

#1 By charite (58.147.74.4) on 2008-08-29 18:43