แปลงเพศ ยกกำลังสอง

posted on 22 Jan 2007 19:20 by deltadrive  in Psychology
จากคอลัมน์ "มองชีวิต" นิตยสารดิฉัน
ผู้เขียน - ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ


แปลงเพศ ยกกำลังสอง

เบื้องหน้าผมในห้องทำงานเป็นสตรีร่างสูง ผมยาวสลวย แต่งหน้าสวยงาม แต่งกายทันสมัย ใส่รองเท้าส้นสูงและสวมถุงน่องเรียบร้อย

เธอเป็นคนสวยชนิดที่มองออกว่าจงใจให้สวยเพราะอยากสวย แต่ก็แลดูแปลกๆยามเธอพูด เธอจะดัดเสียงให้เบา แลดูอ่อนโยน พูดช้าๆแต่เสียงก็ยังทุ้มกึ่งห้าว ฟังแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่ผู้หญิงแท้

เธอมาปรึกษาผมที่คลินิคด้วยความตั้งใจจะผ่าตัดแปลงเพศ เธอไปปรึกษาศัลยแพทย์มาแล้ว และศัลยแพทย์สั่งให้มาปรึกษาจิตแพทย์เพื่อให้ตรวจสภาพจิตใจให้แน่ใจว่าจิตใจปรกติ มีความตั้งใจจริง และปรับตัวปรับใจได้แล้ว มีสุขภาพจิตดี ซึ่งเป็นกฏเกณฑ์ของการจะผ่าตัดแปลงเพศที่ใช้กันทั่วไป แม้ในต่างประเทศที่เจริญแล้ว

"หนูอยากเป็นผู้หญิงตั้งแต่เล็กๆ ตั้งแต่จำความได้ เคยแอบเอารองเท้าส้นสูงของแม่มาใส่ เคยหกล้ม แม่ตี แต่ก็ไม่เข็ด เคยแอบเอาเสื้อผ้าของแม่มาใส่ เคยแอบแต่งหน้าโดยใช้เครื่องสำอางของแม่ตั้งแต่จำความได้ แม่บ่นว่าต่างๆนานาจนเบื่อไป สุดท้ายก็เฉยๆไม่ว่าแล้ว นานๆก็กระแนะกระแหนทีหนึ่ง" เธอจีบปากเล่าประวัติ

"พ่อตายตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ มีพี่ชายก็ไม่ถูกเส้นกัน เขาโหดร้ายมาก" เธอเน้นคำสุดท้ายด้วยเสียงสั่น

"เขาเคยแกล้งหนูตอนเด็กๆ หนูไว้ผมยาวเขาก็จับผมกระชาก แกล้งทุกอย่าง ทั้งการกระทำและคำพูด บางครั้งยังพูดให้เจ็บใจอีกว่าเดี๋ยวข่มขืนเสียนี่ หรืออยากเป็นผู้หญิงดีนักเดี๋ยวเรียกพวกสามล้อหน้าบ้านมาข่มขืนเสียเลย หนูเสียใจมาก ไม่คิดว่าเขาจะโหดร้ายอย่างนี้ บางครั้งอยากต่อสู้ เคยสู้เขาแต่ก็สู้ไม่ได้ ยิ่งถูกเขาแกล้งมากขึ้น ตอนหลังๆก็เลยต้องหลบๆเลี่ยงๆ ไม่อยากพบเขา แต่เกลียดมาก"

เธอผ่อนลมหายใจเน้นประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเดิมอีกครั้ง สีหน้าเริ่มเคร่งและเริ่มเล่าต่อไป

"หนูหนีออกจากบ้านตอนอายุ ๑๓ ปี เพราะคิดว่าในบ้านไม่มีใครรักหนู แม่ก็ไม่รัก เหมือนอยู่ตัวคนเดียวเหมือนเป็นส่วนเกินของสังคมและครอบครัว เคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่ก็กลัวเจ็บ กลัวตายแล้วไม่สวย เลยไม่ยอมตาย สู้ออกจากบ้านไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า

บ้านเดิมหนูอยู่ทางเหนือ หนีลงมากรุงเทพฯมาหาเพื่อนรุ่นพี่ที่เขาก็เป็นอย่างหนูเหมือนกัน เขามาเรียนตัดเสื้อ ทำผม และเปิดร้านเสริมสวยอยู่ เคยรู้จักเขาตอนเขากลับไปเที่ยวบ้าน เขาเห็นใจว่าหนูไม่มีความสุข เขาบอกว่าถ้าหากไม่อยากอยู่บ้านก็ให้ไปอยู่กับเขาได้ เขาจะหางานให้ทำ ก็เลยคิดถึงเขา และโทฯไปหาเขาให้เขามารับที่สถานี"


ชีวิตเริ่มต้นต่อสู้อย่างแท้จริง เธอทำงานในร้านเสริมสวยของรุ่นพี่ในฐานะช่างสระผม ช่างเย็บเสื้อ ติดกระดุมเสื้อ ดูแลร้าน ทำความสะอาดร้าน ช่วยซื้ออาหารให้แขก ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด จะได้ไม่ต้องกลับบ้านเดิม

เมื่อมีโอกาสเธอก็เรียนเสริมสวย เรียนตัดเสื้อ ตัดผม จนครบวงจรหมดทุกอย่าง มีความรู้ความสามารถมากขึ้น มีลูกค้าติดใจฝีมือมากขึ้น เก็บเงินได้มากขึ้น

ในช่วงนั้นเธอแต่งตัวเป็นผู้หญิงเต็มที่ ซื้อยาคุมกำเนิดมากินประจำเพื่อให้มีหน้าอก ไว้ผมยาว ทำผม ทำเล็บ ประดิดประดอยจริตกิริยาให้เหมือนผู้หญิง รุ่นพี่คนนั้นเคยผ่าตัดแปลงเพศแล้ว เคยมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่เลิกกันไป ๒ ครั้ง ซึ่งเธอก็เข้าใจและเห็นใจรุ่นพี่คนนั้นมาก

"ผู้ชายก็เอาแต่หลอกลวง ปอกลอก ไม่รักจริง แต่เขาแกล้งทำเป็นรัก ปากหวาน พอพี่เขารักก็จะขอเงินใช้แล้วเจ้าชู้ไปหาเมียของเขา พี่ก็ช้ำใจ บางคืนนอนไม่หลับ ก็กินเหล้า หนูก็คอยปลอบใจพี่เขา เขาจึงรักและไว้ใจหนูมาก" เธอเล่าต่อไปด้วยน้ำเสียงปรกติ

"หนูมีความตั้งใจตั้งแต่เล็กๆ และไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย คือหนูอยากผ่าตัดแปลงเพศเป็นผู้หญิง มีคนเตือนว่าผ่าตัดแล้วเอาอวัยวะของเก่ากลับคืนไม่ได้นะ หนูก็ไม่สนใจ เพราะอยากเป็นผู้หญิงจริงๆ ชาตินี้ถ้าได้เป็นผู้หญิง โดยเอาอวัยวะผู้ชายออกไปแล้วคงสมใจ เพราะไม่ชอบ และไม่อยากมี ส่วนหน้าอกนั้นใช้ผ่าตัดเสริมเข้าไปและกินฮอร์โมนช่วยเอา ถ้าทำได้แค่นี้หนูก็มีความสุข ไม่เสียดายอะไรอีกแล้วเกิดมาชาตินี้"

ผมถามเธอเรื่องความสุขทางเพศและประสบการณ์ทางเพศ เธอยิ้ม และเล่าต่อไปด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อย

"หนูไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ชายเลย ไม่คิดอยากมีด้วย หนูรู้แล้วว่าเขาไม่รักพวกหนู (กะเทย) หรอก เขาก็ต้องรักผู้หญิง หนูเห็นตัวอย่าง พี่และเพื่อนๆหลายๆคนที่ช้ำใจเพราะรักผู้ชาย ถูกหลอกลวง ถูกทำร้ายก็มี บางคนเสียใจช้ำใจแทบเสียผู้เสียคน หรือพยายามฆ่าตัวตาย หนูจึงไม่รักผู้ชายและไม่อยากมีแฟนผู้ชายเลย"

ผมถามเธอว่าแล้วเธอจะผ่าตัดแปลงเพศไปทำไม เพื่ออะไร

เธอตอบว่า "ก็เพื่อจะได้เป็นผู้หญิงสมใจปรารถนา แต่ไม่อยากมีเซ็กส์กับผู้ชาย...แต่ถ้าจะมีเซ็กส์ หนูตั้งใจว่าจะมีเซ็กส์กับผู้หญิงค่ะ"

เธอตอบเสียงเบา แต่ฟังชัด และสบตาเหมือนแสดงความมั่นใจ จริงใจ

กรณีเช่นนี้ ผมเพิ่งเคยพบครั้งแรกที่ผู้ชายอยากผ่าตัดแปลงเพศให้เป็นผู้หญิง เพื่อที่จะได้มีเซ็กส์กับผู้หญิง และมีความสัมพันธ์แบบเลสเบี้ยน

ผมถามเธอว่า ทำไมเธอไม่คิดจะมีเซ็กส์กับผู้หญิงไปเลย โดยไม่ต้องผ่าตัดแปลงเพศเอาอวัยวะเพศชายออก

เธอตอบว่าไม่ได้หรอก เพราะเธอไม่ชอบอวัยวะเพศชาย ไม่อยากมี และไม่อยากเป็นผู้ชาย ถ้าเธอยังมีอวัยวะเพศชายอยู่ เธอจะรังเกียจตัวเอง และไม่สามารถจะมีอารมณ์รักผู้หญิงได้เลย ต้องเอาอวัยวะเพศชายออกเสียก่อนจึงจะมีอารมณ์ได้

"หนูอยากเป็นผู้หญิง และอยากมีเซ็กส์กับผู้หญิงแบบเลสเบี้ยนนั่นแหละค่ะ" เธอยืนยันด้วยความมั่นใจ

การที่ผู้ชายชอบแต่งตัวเป็นเพศหญิง เรียกว่าเป็นพวกลักเพศ (Transvestism) ส่วนมากจะชอบมีเซ็กส์กับผู้ชายและรักผู้ชายด้วย ซึ่งถือว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ (Male Homosexuality) แต่มีบางคนที่ชอบแอบแต่งตัวผิดเพศ แต่ไม่ได้รักผู้ชาย และสามารถมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงได้ บางคนแอบเอาเสื้อผ้าภรรยามาแต่ง แต่มีไม่มากนัก

และการที่ผู้ชายที่อยากเป็นผู้หญิง แต่งกายเป็นหญิงตลอดมา รู้จักจิตใจและความต้องการของตัวเองดี อยากได้รับการผ่าตัดแปลงเพศ จนผ่าตัดแปลงเพศแล้ว เรียกว่าเป็นพวกแปลงเพศ (Trans-Sexualism) ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะชอบผู้ชาย และอยากมีเซ็กส์กับผู้ชายด้วย (เป็น Homosexual)

แต่รายนี้มาแปลก ผ่าตัดแปลงเพศจจากชายเป็นหญิงเพื่อจะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิง ผมจึงเรียกว่าเป็นพวก 'แปลงเพศยกกำลังสอง' ซึ่งก็ถือว่าเป็นพวกรักร่วมเพศเช่นเดียวกัน แต่มีดีกรีสูงกว่าธรรมดา เหมือนยกกำลังสองเข้าไป

พวกรักร่วมเพศในยุคนี้ ทางจิตเวชถือว่าไม่ได้เป็นโรคจิต โรคประสาท หรือเป็นความเบี่ยงเบนทางเพศแล้ว แต่ถือว่าเป็นทางเลือกของชีวิตทางเพศของเขา ซึ่งไม่ต้องรักษา แต่ถ้าหากเขาทุกข์ อกหัก ผิดหวัง กังวล ไม่มีความสุข เศร้า จึงจะได้รับการรักษาเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไปทั้งชายและหญิง

ผู้มาปรึกษารายนี้ก็เช่นเดียวกัน เธอไม่ได้มีอะไรผิดปรกติ นอกจากเธอเลือกที่จะเป็น 'คนแปลงเพศยกกำลังสอง' ซึ่งเธอก็ได้เป็นสมใจ

ตอนนี้เธออาจกำลังจีบผู้หญิงเพื่อหวังจะรักกันแบบเลสเบี้ยน หรือถูกผู้ชายตามจีบ เพื่อหวังจะมีความสัมพันธ์แบบที่เป็นไปได้ยาก อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

แต่หวังว่าเธอคงรู้จะว่าเธอเป็นอะไร และต้องการอะไร?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กำ

#1 By Mark ซูบารุ on 2007-01-22 19:30

ผมเป็นนักศึกษาปริญญาโท กำลังทำงานวิจัยเกี่ยวกับเว็บบล็อกอยู่
จึงใคร่ขอความร่วมมือจากท่านเจ้าของเว็บบล็อกนี้ ถ้าไม่เป็นการรบกวนกรุณาติดต่อกลับมาที่ greentea_sp@hotmail.com
ถ้าขอความนี้เป็นการรบกวนท่าน ผมก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ และก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับท่านที่ให้ความร่วมมือครับ

#2 By greentea (125.24.132.78) on 2007-01-22 21:40

ขอบคุณมากมายคร่า สำหรับธีม
ปอลิง ตกลงลุงเด้ อยากแปลงเพศรึ
- -"