My Life's Soundtrack : ชีวิตหรือ... คือเสียงเพลง
posted on 02 Feb 2007 14:16 by deltadrive in Diary
...ถูกเพื่อนคนหนึ่งส่งมาให้ทำทางอีเมล์...
ส่วนตัวรู้จักการละเล่นนี้มาจากคุณ Vendetta แล้ว แต่ไม่นึกว่าจะโดนเข้ากับตัวเอง เพราะคิดว่าตัวเองรู้จักเพลงต่างๆที่ฟังอย่างไม่เพียงพอ กลัวว่าจะได้เพลงที่ไม่รู้เนื้อร้องแล้วจะตอบไม่ได้น่ะ แต่ไหนๆเพื่อนมันก็อุตส่าห์ส่งมาให้ ตอบมันซะหน่อย
สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก ก็ขออธิบายกฏกติกาของการละเล่นนี้อย่างคร่าวๆให้ฟัง เผื่อนึกสนุกจะเอาไปเล่นกันต่อจะได้เล่นกันถูกวิธี อิอิ
วิธีการละเล่น
1. เปิดโปรแกรม Winamp / Window Media Player หรือโปรแกรมเล่นเพลงอะไรก็ได้ที่มี
2. เลือกโหมด Shuffle ให้เล่นเพลงสุ่มอัตโนมัติ
3. กด Play เพื่อเริ่มเล่นเพลง
4. ให้ตอบหัวข้อด้านล่างแต่ละข้อด้วยเพลงที่ถูกสุ่มขึ้นมาเรียงตามลำดับ (ทั้งหมด 20 ข้อ ก็ต้องตอบ 20 เพลง)
5. เมื่อตอบจบ 1 ข้อ ให้กด Next เพื่อเลื่อนไปเพลงถัดไปด้วย
หัวข้อต่างๆมีดังต่อไปนี้
1.Opening Credits เพลงเปิดเรื่อง
2.Waking Up ตื่นนอน
3.First Day At School
4.Falling In Love
5.Fight Song
6.Breaking Up ตอนเลิก
7.Prom หลังจากเลิกล่ะ
8.Life สภาพชีวิต
9.Mental Breakdown ยามหดหู่
10.Driving Far Away
11.Love scene
12.Flashback
13.Wedding
14.Birth of Child
15.Final Battle
16.Winning
17.Lost
18.Death Scene
19.Funeral Song
20.End Credit เพลงจบ
อธิบายจบแล้ว... ต่อไป... ก็เป็นคำตอบของผมแล้วล่ะ
-----------------------------------------------------------------
Opening Credit : แรกเริ่มของชีวิต
Song : One Step Closer
Artist : Linkin Park
"Everything you say to me
Takes me one step closer to the edge
And I'm about to break
I need a little room to breathe
Cause I'm one step closer to the edge
I'm about to break"
เอ่อ... เริ่มแรกมาก็เผชิญกับความอึดอัดและต้องการพื้นที่ส่วนตัวอะไรขนาดนั้นเชียวเรอะ...
การหยุดพักถอยหลังกลับมาหาห้องว่างๆ สูดอากาศบริสุทธิ์เขาไปเต็มปอดหลังจากที่ต้องผจญกับปัญหานานัปการอาจเทียบได้กับความรู้สึกแรกเริ่มเมื่อทารกตัวน้อยๆโผล่พ้นออกมาสูดอากาศของโลกภายนอกเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ลมหายใจครั้งแรกถูกสูดเข้าไปจนเต็มปอด... จุดเริ่มต้นของการเล่นเกมกับชีวิตของตัวเองก็ได้เริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา
หยุดพักและหาเวลาว่างให้กับตัวเองได้พักผ่อนหย่อนใจ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เข้าไปเต็มปอดเหมือนครั้งแรกที่เกิดขึ้นมาก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีในการเตรียมตัวพร้อมฝ่าฟันกับอุปสรรคต่างๆ เหมือนกับย้อนเวลากลับไปเป็นทารกตัวน้อยๆและเริ่มเล่นเกมชีวิตต่อไปอีกครั้ง...
Waking Up : ลืมตาตื่นรับแสงอรุณ
Song : Eyes On Me (OST. Final Fantasy VIII)
Artist : Faye Wong
"Darling, so there you are
With that look on your face
As if you're never hurt
As if you're never down
Shall I be the one for you
Who pinches you softly but sure
If frown is shown then
I will know that you are no dreamer"
โหย... ทำไมมันคนละขั้วกับเพลงแรกอย่างสุดกู่เช่นนี้
ลืมตาตื่นรับอรุณแรกของชีวิตก็พบพานกับไออุ่นของความรักที่อยู่ล้อมรอบตัว อบอุ่น อ่อนหวาน ละเมียด ละมุน ละไม
ความผูกพันระหว่างมารดาและทารกส่งผ่านทางสายตาต่อสายตาที่จ้องมองซึ่งกันและกัน ส่งผ่านซึ่งความรู้สึกทั้งหลาย รัก ห่วงหา อาทร และความรู้สึกนี้จะไม่มีวันลืมเลือนไปจากใจ...
First Day At School : ก้าวแรกสู่ประตูแห่งโลกกว้าง
Song - น้ำตา
Artist - ลีโอ พุฒ
"จะอยู่ตรงนี้แล้วไม่หนีไปไกลห่าง จะอยู่ตรงนี้ข้างๆกายเธอ
จะคอยดูแลเธอ พักเสียเถอะนะดวงใจ
เมื่อตื่นขึ้นมาเธอจะเจอกับฉัน แล้วพรุ่งนี้จะเป็นวันใหม่
ตัวฉันขอเดินไป พร้อมๆกับเธอ"
เมื่อเติบโตขึ้นถึงวัยที่ต้องเริ่มก้าวเท้าเดินไปบนโลกกว้างด้วยกำลังจากสองขาของตัวเอง บางครั้งหัวใจดวงน้อยๆก็ยังคงอ่อนไหวอ่อนแอต่อโลกใบนี้ ในยามที่ต้องพรากจากบ้าน จากอ้อมอกกลิ่นไออันอบอุ่นของผู้เป็นมารดา น้ำตาหยดน้อยๆก็หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ผู้ที่คอยเป็นกำลังใจ คอยปลอบโยนและหัวร่อต่อกระซิกกับเรา อบรมสั่งสอนประสิทธิ์ประสาทความรู้ต่างๆนานาให้เรารู้เท่าทันโลกอันแสนโหดร้ายทารุณและแสนเดียวดายคอยเคียงข้างเราในวันที่ท้อแท้ อ่อนไหว และก้าวเดินไปพร้อมๆกับเรา ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน คนคนนั้นคือคุณครูและอาจารย์ทุกท่านที่เป็นดั่งบิดา - มารดาคนที่สองของเรานั่นเอง
Falling In Love : เมื่อหัวใจได้รู้จักกับ "ความรัก"
Song : เธอเก็บฉันไว้ทำไม
Artist : Big Ass
"เธอเก็บฉันไว้ทำไม ทั้งที่ใจเธอไม่รักกัน
เธอเก็บฉันไว้ตั้งนาน หรือต้องการจะหลอกกันเรื่อยไป
ยังไงเธอก็ไม่รัก บอกเลยให้เข้าใจ
จะยากอะไร แค่บอกว่าไม่รักกัน"
เมื่อหัวใจได้พบพานกับความรู้สึกปรารถนา ถวิลหา ห่วงหา คิดถึงใครบางคนอย่างสุดใจ มุมเล็กๆในใจของเรามักซ่อนคำถามบางคำถามเอาไว้เสมอว่าใครคนนั้นจะรักเราบ้างไหม และเมื่อรักกันแล้วจะอยู่ด้วยกันได้นานเท่าไร
เมื่อความรักดำเนินมาถึงปลายทาง ความอยากรู้คำตอบนั้นจึงทวีความรุนแรงมากขึ้นและขอเพียงแค่คำยืนยันว่า "จะรักกันต่อไป" หรือ "จบกันเถอะ" เพื่อให้หัวใจได้คำตอบของคำถามที่คาใจมานานแสนนาน
Fight Song : เมื่อชีวิตคือการต่อสู้
Song : นับหนึ่ง
Artist : เต็น ธีรภัค มณีโชติ
"จากวันนี้ ฉันต้องนับหนึ่งอีกครั้ง
เพื่อลืมเรื่องราวที่ยังค้างคาในใจ เมื่อเจอเธอกับเขา
จากวันนี้ ฉันต้องทนเจ็บและเหงา
เหมือนเดินกลับมาที่เก่า หัวใจดึงดัน
ก็ที่ตรงนั้นเคยเป็นของฉัน ฉันยังไม่ลืม"
เมื่อชีวิตคือสนามของการต่อสู้แข่งขัน ก็ย่อมต้องมีทั้งแพ้และชนะ ในยามที่แพ้ ก็ควรกลับมานั่งทบทวนตัวเองตั้งแต่ต้นใหม่ว่าเราผิดพลาดอย่างไร ที่ใด และจะหาทางแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร กลับมาตั้งต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้งเพื่อก้าวไปสู่ขั้นต่อไปที่สูงกว่าเดิมอย่างมั่นคง ดีกว่าก้าวทะยานไปข้างหน้าแล้วหกล้มตกหน้าผาลงมายังเบื้องล่างในทันทีทันใด...
Breaking Up: ในยามที่ความสัมพันธ์ที่เคยมีต้องสิ้นสุดลง
Song - Will
Artist - Mika Nakashima
"Itsumo soba ni
Dareka ite
Kodoku no kage magiraseta
Teiden shita
Natsu no owari ni
Tesaguri shite
KISU wo shita ne"
(แปล - Someone whos always by my side
concealing my shadow of loneliness
During a power failure at the end of summer
we touched, we kissed)
"Kioku ga seiza no you ni
Kagayakinagara tsunagaru
BARABARA ni miete ita kedo
Ima nara wakaru yo WOW WOW
Kioku ga seiza no you ni
Hitotsu ni natte oshieru
Guuzen no shiwaza ja nakute
Eranda no wa
Boku no 'WILL'"
(แปล - Memories are like constellations
sparkling while still being connected
It looks like its really scattered around
but now I understand WOW WOW
Memories are like constellations
teaching us to be one
It didnt happen all of the sudden
I choose it to be
with my WILL)
ในยามที่ความสัมพันธ์สิ้นสุดลง ซึนามิแห่งความทรงจำจะถาโถมเข้าสู่จิตใจที่เปราะบางให้ย้อนนึกถึงคืนและวันอันหวานชื่น สัมผัสแรกของมือที่กุมกันยามข้ามถนน ความอ่อนนุ่มของริมฝีปากที่ประกบกันในค่ำคืนสุดแสนโรแมนติก และความสุขอันเปี่ยมล้นเมื่อกายและกายแนบประสานหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
แม้จะไม่สามารถเรียกคืนช่วงเวลาที่มีความสุขเหล่านั้นกลับคืนมาได้ แต่ก็ยังคงสามารถอยู่กับความทรงจำแห่งความสุขนั้นได้อยู่เสมอ และภาวนาไว้ว่าสักวันความสุขนั้นจะต้องหวนกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง
Prom : เมื่อมรสุมหัวใจผ่านพ้นไป ความสดใสจะหวนกลับมา
Song : Get Out
Artist : Ebola
"อย่าติดอยู่ในห้องเก่า ให้ใครเขามาตีกรอบเอาไว้
อย่ามัวนั่งรอ ปล่อยวันผ่านพ้นจนหมดความหมาย
ฝันต้องไล่ตาม
แค่เปิดประตูออกไป ปล่อยใจ
ปล่อยชีวิตไปทำอะไรที่อยาก เรื่องราวอีกมากมาย
ต้องออกไป ก่อนตาย
หนึ่งชีวิตเวลาอาจมีไม่มาก ชีวิตไม่มีหยุด ต้องออกไป"
เมื่อมรสุมที่พัดโหมกระหน่ำด้วยหยดน้ำตาจนไม่สามารถมองวิสัยทัศน์รอบข้างได้ชัดเจนได้ผ่านพ้นไป อาจเป็นเวลาที่เราจะต้องอดทนเปิดประตูก้าวเดินออกมาเผชิญกับความเป็นจริงของชีวิตและก้าวเดินตามหาความฝันของตัวเองต่อไป
Life : คือชีวิต...
Song : Tao
Artist : Do As Infinity
"saraba tomo yo wasure wa shinai
deaeta koto hokori ni omou
bokura no kawari no kibou no tsue ga
hikari no saki michibiku darou"
แปล - Goodbye my friend, I won't forget you
I feel proud that I met you
In place of you, the staff of hope
will probably lead us to the end of the light
เมื่อชีวิตคือการได้พบพาน... ชีวิตย่อมหมายถึงการลาจากด้วยเช่นกัน
Mental Breakdown : เมื่อทุกสิ่งไม่เป็นไปดังคาดหวัง หัวใจเลยพังทลาย
Song - ไม่เคยถาม
Artist - Peachmaker
"ฉันเปลี่ยนไปแล้ว สายไป เธอควรเก็บใจไว้
ให้กับคนที่เขารอเธออยู่เสมอ
มันไม่ทันแล้ว ขอเธอ อย่าเสียเวลา
กลับไป กลับไปหาคนที่เขารอ"
เมื่อทุกสิ่งไม่เปนดังที่คาดหมาย เมื่อหัวใจพังทลาย... ฝืนทนต่อไปคงทำร้ายจิตใจกันมากกว่าเดิม
บางที... การหันหลังกลับไปหาใครบางคนที่รักเราจริงๆ เป็นห่วงเราอยู่เสมอนับตั้งแต่เรายังอยู่ในท้องจนคลอดออกมาอาจจะเป็นการดีกว่าไล่ตามความผูกพันที่ไม่อาจหวนคืนดังเดิม...
Driving Far Away : วิ่งไปบนถนนที่ไม่รู้สิ้นสุด
Song : Heaven
Artist : Ayumi Hamasaki
"Soba ni ite aisuru hito
toki o koete katachi o kaete
futari mada minu mirai ga koko ni
nee konnanimo nokotteru kara"
(แปล - Stay by my side, my love
Crossing over time and changing your shape
You see? the future we haven't yet seen
Remains here like this)
ท่าจะออกวิ่งกันไกลไปหน่อยจนเลยไปถึงสวรรค์เชียว...
บางครั้ง การขับรถออกไปยังที่ไกลๆอาจทำให้เราข้ามผ่านวันเวลาอันแสนเปลี่ยวเหงา เศร้า ทรมานในจิตใจได้ ปิดแอร์ ลดกระจกลง แล้วสูดอากาศอันแสนสดชื่น ดื่มด่ำไปกับความงามของสองข้างทาง แล้วเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงที่จะนำพาเราข้ามพ้นขอบเขตของระยะทาง...
Love Scene : รักรัญจวน...
Song : Endless Rain
Artist : X - Japan
"Endless rain, fall on my heart In this wounded soul.
Let me forget, all of the hate, all of the sadness"
เธอคือสายฝนอันชุ่มฉ่ำที่ราดรดบนหัวใจอันรุ่มร้อนของฉัน... ชะล้างเอาคืนอันเปลี่ยวเหงาและวันอันน่ารังเกียจออกไปจากวิญญาณของฉัน
Flashback : ภาพหนึ่งในความทรงจำครั้งเยาว์
Song : A Place For My Head
Artist : Linkin Park
"I want to be in another place
I hate when you say you don't understand
(You'll see it's not meant to be)
I want to be in the energy, not with the enemy
A place for my head"
ช่างแตกต่างกับเพลงที่แล้วอย่างฟ้ากับเหว(อีกแล้ว)
ในช่วงรอยต่อของวัย บางครั้งความคิดของเราอาจขัดแย้งกับผู้ใหญ่รอบตัวจนอยากสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาเพื่อจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ไม่ใช่ว่าที่ทำไปเพราะต้องการสร้างความขัดแย้ง แต่เพียงเพื่อได้ปลดปล่อยพลังงานในตัวออกไปกับสิ่งที่เราชอบ... ก็เท่านั้น...
Wedding : วิวาห์หวาน...
Song : Dov'é L'amore
Artist : Cher
"Non cè nessuno
Non cè nessuno
Non cè nessuno
Bello come te e ti amo"
(แปล - There is no other
There is no other
There is no other
as beautiful as you and I love you)
เป็นเพลงที่เข้ากับหัวข้อจริงๆ
ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดคงไม่มีช่วงเวลาไหนเทียบเท่าไปกว่าช่วงเวลาที่ใครบางคนมากระซิบบอกรักข้างๆหู
"บนโลกใบนี้ ไม่มีสิ่งใดจะมาเทียบเทียมความงามของคุณ ฉันรักคุณ"
Birth of Child : เลือดเนื้อเชื้อไข
Song : ปี 1 - 2 - 3
Artist : Acappella 7
"หนึ่งปีผ่านไปก็ยังไม่เคยจะมีใครหลงเข้า
ขึ้นปีสองก็เข้าใจว่าต้องใช้เวลา
แต่มาปีสามเอ๊ะ ยังไง ไม่เห็นเหมือนเขาพูดนี่หว่า
ก็คงต้องเดินคนเดียวมันต่อไป"
แน่นอน... เมื่อเลือดเนื้อเชื้อไข พยานแห่งความรักที่ก่อร่างสร้างตัวมานานได้ออกมาให้เชยชม ก็ย่อมต้องคิดถึงอนาคตของเขาในทุกๆด้านรวมทั้งด้านความรักด้วย
สอนให้รู้จักรัก... และสอนให้เป็นคนที่ถูกรัก... ให้เขาเข้าใจความรักที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร เมื่อพลาดพลั้ง ก็คอยเคียงข้างให้คำแนะนำ แก้ไข และให้อภัยเสมอ...
Final Battle : ศึกตัดสิน...
Song : Ready Steady Go (Fullmetal Alchemist Opening Song)
Artist : L'arc ~ En ~ Cial
"muchuu de (hayaku) kake nukete kita
urusai kurai ni harisake sou na kodou no takanari
hibite (yonde) iru kimi no koe
koko de tachidomaru you na jikan wa nai sa
READY STEADY GO"
นั่งพิมพ์ไปขำไป... ทำไมจังหวะจะโคนมันมาลงเพลงนี้พอดี เคยเล่นเกมต่อสู้มั้ย (น่าจะพวกซีรีย์ King of Fighter มั้ง จำไม่ได้ละ)เวลาก่อนเริ่มเกมมันมักจะนับถอยหลังว่า "Ready" "Steady" "Go" นั่นล่ะ พอเพลงนี้ขึ้นมาถึงได้ขำเป็นวรรคเป็นเวร...
ก็พร้อมที่จะต่อสู้กับศึกครั้งสุดท้ายรึยังล่ะ?
"Ready"
"Steady"
.
.
.
"Go!!!"
Winning : ชัยชนะที่ไม่ได้เป็นของเราเสมอไป...
Song : ชีวิตเป็นของเรา
Artist : Body Slam
"คนเราจะมีพรุ่งนี้ได้อีกกี่วัน เวลามีเหลือกันเท่าไร
คนเราจะมีลมหายใจอีกกี่ครั้ง ใครจะรู้..."
อย่าหยิ่งผยองในชัยชนะที่ได้รับและปล่อยปละละเลยมัน เพราะไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าถาวร หากไม่ทำตัวเองให้พัฒนายิ่งขึ้นไป... ก็จะถูกคนรุ่นหลังแซงขึ้นมาในสักวันใดในยามที่เราสิ้นลม...
Lost : เมื่อพ่ายแพ้ ไม่ได้แปลว่าสูญเสียทุกสิ่ง
Song : ระวังของมีคม
Artist : Big Ass
"เป็นคนดีหรือว่าเลว รู้ได้ยังไง
เพียงมองดูไม่สัมผัส ก็กลัวกันไป
เขาเตือนให้หลบ เขาไม่ให้เล่น
เหมือนฉันนั้นเป็นอย่างของมีคม
เขาเตือนให้ห่าง ต้องหลบให้พ้น..."
ฮาอีกแล้ว... แพ้แล้วอย่ามาใกล้นะ "ระวังของมีคม" เสียบพุงกะทิไม่รู้ด้วยนะเออ...
คนแพ้ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนไม่ดี ไม่มีสมรรถภาพ หรือเขาอ่อนแอ อย่าตัดสินคนกันที่ภายนอกหรือคำว่าแพ้และชนะ บางครั้ง... ภายในของผู้แพ้ที่บอบช้ำอาจดูดีกว่าผู้ชนะที่ดีแต่เปลือก...
Death Scene : มรณัง...จุดจบของชีวิตที่ทุกคนต้องเจอ
Song : ก้อนหิน
Artist : ลีโอ พุฒ
"ให้โยนก้อนหินลงกับน้ำ แผ่นน้ำยังกระจายออก
บอกฉันว่ามันรู้การกระทำลงไป"
เพลงนี้ยากแฮะ...
ในยามสุดท้ายของชีวิต คงเปรียบได้เหมือนกับโยนหินลงน้ำ วงน้ำที่กระเพื่อมออกไปคือสัจธรรมของธรรมชาติที่มันจะต้องเป็นไปเมื่อผิวน้ำถูกกระทบ เช่นเดียวกับความตายที่เป็นสัจธรรมเช่นเดียวกันที่ทุกคนจะต้องพบเจอ ไม่มีใครหลีกหนีมันได้พ้น...
Funeral Song : ลำนำส่งวิญญาณ
Song : Towa Ni
Artist : The Gospellers
"Anata no kaze ni natte subete wo tsutsunde agetai
Mune ni hibiku koe ga sore wa towa ni toki ga tomaru made"
และแล้วสิ่งที่เรากลัวก็เป็นจริง
ขออภัย - เพลงนี้หาคำแปลภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยไม่รู้เนื้อหาเพลงว่าหมายถึงอะไร แต่ถ้าตายแล้วมีเพลงนี้เป็นเพลงส่งวิญญาณก็คงดีเหมือนกัน เพราะดี ชอบๆ
สุดท้าย End Credit : ปิดม่านชีวิต...
Song : จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ
Artist : บอยด์ โกสิยพงษ์
"จะยืนอยู่ตรงนี้ จะรอเธอตรงนี้ เพื่อเธอ...คนเดียว...
ไม่ว่าทางจะคดเคี้ยว ทางจะลดเลี้ยวเท่าไร
จะนานสักเพียงไหน ยาวนานสักเพียงไหน
ยังคงเก็บเธอไว้ จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ"
ในยามที่ละสังขารล่วงลับลาโลกไปแล้ว... แต่ใครหลายคนก็ยังคงเก็บใครบางคนเอาไว้ในห้วงของความทรงจำเอาไว้ตลอดไป...
ทำไมต้องเพลงนี้เนี่ย มีความหลังกับเพลงนี้อ่ะ ไม่น่าเป็นเพลงนี้เลย แง โดนสะกิดแผลใจ ฮือๆ
-----------------------------------------------------------------
จบ ครบทุกข้อซะที เฮ้อ... กว่าจะพิมพ์ตอบหมดทุกข้อ เล่นเอาเหนื่อย ใช้เวลาทำทั้งหมด 2 ชม.ครึ่ง อ่ะหือ... ไม่น้อยเลยนะนั่น
ใครเล่นแล้วส่งมาให้อ่านกันบ้างนะคร้าบ... อิอิ






โดยรวมแล้วเป็นชีวิตที่เป็นสัจธรรมดีนะคะ
#1 By vendetta on 2007-02-02 20:16