วิธีคิด เมื่อชีวิต...เจ็บปวด
posted on 12 Mar 2007 16:17 by deltadrive in Psychology
จากคอลัมน์ "Inside ชีวิต" หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์
ผู้เขียน - ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ
วิธีคิด เมื่อชีวิต...เจ็บปวด
คุณเคยรู้สึกเจ็บปวดบ้างไหม?
เจ็บปวดนะครับ ไม่ใช่เจ็บป่วย ซึ่งมันต่างกัน
ความเจ็บป่วยนั้นเกิดขึ้นได้แน่ๆ และบ่อยๆ ด้วย คือ เจ็บ และรู้สึกป่วย อยากอยู่เฉยๆ ไม่อยากต่อสู้ดิ้นรนเท่าไร อยากพัก อยากได้รับการรักษาเยียวยา รอเวลาหายหรือตาย เช่น เวลาเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายทั้งหลายในระดับต่างๆ กัน
แต่ความเจ็บปวดนี้ เป็นความรู้สึกทางจิตใจหรือร่างกายที่มันเจ็บ...และปวดมากๆ ทำให้ไม่อยากอยู่นิ่งหรืออยู่นิ่งไม่ได้ อยากต่อสู้ดิ้นรน กระวนกระวาย ทรมาน และไม่อยากตาย
ความเจ็บปวดมีทั้งทางฝ่ายใจและฝ่ายกาย
ความเจ็บปวดจากบาดแผลทางใจ เช่น ตอนถูกคนรักทรยศ นอกใจ ถูกญาติมิตรสนิทโกง ถูกสังคมด่าว่า ประณาม ส่วนความเจ็บปวดทางกายก็ได้แก่ บาดแผลทางกายชนิดต่างๆ
มีวิธีคิดหลายๆ อย่าง เวลาชีวิตเจ็บปวดที่ท่านเคยได้ยินได้ฟังมาแล้ว แต่ผมมีอีกวิธีหนึ่งครับ...
ผมจำคำพูดของตัวละครในภาพยนตร์ฝรั่งเรื่องหนึ่ง กล่าวไว้น่าสนใจมาก มีใจความทำนองว่า
"ให้คิดว่าความเจ็บปวดเป็นมิตรของชีวิตของเราเถิด เมื่อใดที่เกิดความเจ็บปวด มันจะเตือนเราว่า เรายังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตาย"
แล้วผมก็เอามาคิดต่อไปว่า... เมื่อเรารู้สึกเจ็บปวดแสดงว่าเรายังไม่ตาย และความเจ็บปวดทำให้เราดิ้นรน อยากมีชีวิตอยู่ ฉะนั้น เราต้องมีความอดทน มีสติที่จะหาทางเอาชีวิตรอดและให้พ้นจากความเจ็บปวดเหล่านั้น
อาจจะมองหาคนอื่นมาช่วย หรือต้องช่วยตัวเอง และต้องมีความอดทนให้มากเป็นอันดับแรกๆ ต้องมีความหวังว่าเหตุการณ์จะดีขึ้น เจ็บปวดน้อยลง มีสติและปัญญา คิดว่าจะทำอย่างไรดีต่อไป
ต้องคิดว่าทุกคนก็เคยเจ็บปวดอย่างเราหรือมากกว่า เพราะทุกคนยังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องเคยเจ็บปวดมาแล้วและผ่านได้แล้ว ไม่ใช่แต่เราคนเดียวหรอก
การเชื่อและยอมรับในเรื่องกฎแห่งกรรม จะทำให้เรายอมรับความเจ็บปวดได้ง่ายขึ้น ว่าคงเป็นผลของการทำกรรมไม่ของเราในอดีต และผลนั้นตามมาถึงเราในปัจจุบัน จงอดทนและรับผลนั้นเถิด ทั้งเจ็บปวดทางใจหรือทางกาย เราจะไม่ตีโพยตีพาย ไม่บ่นซ้ำๆ ไม่ทุรนทุราย ซึ่งจะทำให้เราผ่านภาวะเจ็บปวดได้เร็วขึ้น เพราะเราไม่ย้ำเตือนถึงความเจ็บปวดนั้นบ่อยๆ
พร้อมทั้งในขณะที่รู้สึกเจ็บปวดนั้น เราจะเร่งทำความดีให้มากขึ้น เพื่อให้ผลกรรมของการทำความดีในปัจจุบัน ทำให้เราดีขึ้นในอนาคตจากวันนี้ไป(ทำความดี เช่น ทาน ศีล ภาวนา)
และการที่เราจดจ่อกับการตั้งใจทำความดี จะทำให้เราไม่จดจ่อกับความเจ็บปวดที่เรากำลังได้รับในขณะนั้น
เลิกวิเคราะห์เชิงโทษคนอื่นหรือโทษตัวเองเสียทีเถิด เพราะจะทำให้บาดแผลทางจิตใจเหวอะหวะมากขึ้น เจ็บปวดมากขึ้น เลิกผูกใจแค้น จองเวร จองกรรมกัน อภัยให้กันดีกว่า
แต่ถ้าเหตุการณ์ใดเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำให้เราเจ็บปวด ก็ตกลงกันตามกฎหมายได้แค่ไหนก็แค่นั้น อาจไม่สมใจเราก็ไม่เป็นไรหรอก ผ่านๆ ไปเสียเถิด และจะไม่มีความยุติธรรมใดๆ ที่สมใจเราหรอก มันจะยุติที่ธรรมชาติของโลกและชีวิตเสมอ ซึ่งก็คือ ยุติที่...ธรรมชาติ คือ ความไม่แน่นอนและยึดครองไม่ได้ไงเล่า
...รู้แล้วอย่างตกใจนะ โลกและชีวิตเป็นเช่นนี้เอง... เป็นตถตา ไงเล่า...
ต้องเข้าใจและยอมรับให้ได้ จะได้ไม่เจ็บปวดมาก
มนุษย์จะเจ็บปวดจากบาดแผลทางใจมากกว่าบาดแผลทางกาย เพราะบาดแผลทางกายมองเห็นได้ชัด โอกาสหายก็มีได้มากกว่า คนเห็นใจได้ง่ายกว่า เล่าให้ใครๆ ฟังก็สะดวกในกว่า
แต่ถ้าเป็นบาดแผลทางใจ คนอื่นไม่เห็น เล่าให้ฟังก็กลายเป็นเรื่องเล็กๆ ของเขา คนไม่เห็นในเท่าไหร่ หลายเรื่องต้องเก็บเอาไว้คนเดียว ยิ่งบ่มทุกข์ บ่มความเจ็บปวดมากขึ้น
ยอมรับเถิดว่าความเจ็บปวดทำให้เรารู้สึกว่าเรายังมีชิวิตอยู่ และจงรักชีวิตตัวเองให้เป็น หาแนวทางโดยใช้สติปัญญาเพื่อเยียวยาชีวิตและลดความเจ็บปวดลง ดังกล่าวมาแล้วดีกว่า
ดีกว่าบ่นรำพันว่า โอย...เจ็บปวดเหลือเกิน...ซึ่งจะทำให้เจ็บปวดมากขึ้น...เรื้อรังมากขึ้น
ผู้เขียน - ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ
วิธีคิด เมื่อชีวิต...เจ็บปวด
คุณเคยรู้สึกเจ็บปวดบ้างไหม?
เจ็บปวดนะครับ ไม่ใช่เจ็บป่วย ซึ่งมันต่างกัน
ความเจ็บป่วยนั้นเกิดขึ้นได้แน่ๆ และบ่อยๆ ด้วย คือ เจ็บ และรู้สึกป่วย อยากอยู่เฉยๆ ไม่อยากต่อสู้ดิ้นรนเท่าไร อยากพัก อยากได้รับการรักษาเยียวยา รอเวลาหายหรือตาย เช่น เวลาเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายทั้งหลายในระดับต่างๆ กัน
แต่ความเจ็บปวดนี้ เป็นความรู้สึกทางจิตใจหรือร่างกายที่มันเจ็บ...และปวดมากๆ ทำให้ไม่อยากอยู่นิ่งหรืออยู่นิ่งไม่ได้ อยากต่อสู้ดิ้นรน กระวนกระวาย ทรมาน และไม่อยากตาย
ความเจ็บปวดมีทั้งทางฝ่ายใจและฝ่ายกาย
ความเจ็บปวดจากบาดแผลทางใจ เช่น ตอนถูกคนรักทรยศ นอกใจ ถูกญาติมิตรสนิทโกง ถูกสังคมด่าว่า ประณาม ส่วนความเจ็บปวดทางกายก็ได้แก่ บาดแผลทางกายชนิดต่างๆ
มีวิธีคิดหลายๆ อย่าง เวลาชีวิตเจ็บปวดที่ท่านเคยได้ยินได้ฟังมาแล้ว แต่ผมมีอีกวิธีหนึ่งครับ...
ผมจำคำพูดของตัวละครในภาพยนตร์ฝรั่งเรื่องหนึ่ง กล่าวไว้น่าสนใจมาก มีใจความทำนองว่า
"ให้คิดว่าความเจ็บปวดเป็นมิตรของชีวิตของเราเถิด เมื่อใดที่เกิดความเจ็บปวด มันจะเตือนเราว่า เรายังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตาย"
แล้วผมก็เอามาคิดต่อไปว่า... เมื่อเรารู้สึกเจ็บปวดแสดงว่าเรายังไม่ตาย และความเจ็บปวดทำให้เราดิ้นรน อยากมีชีวิตอยู่ ฉะนั้น เราต้องมีความอดทน มีสติที่จะหาทางเอาชีวิตรอดและให้พ้นจากความเจ็บปวดเหล่านั้น
อาจจะมองหาคนอื่นมาช่วย หรือต้องช่วยตัวเอง และต้องมีความอดทนให้มากเป็นอันดับแรกๆ ต้องมีความหวังว่าเหตุการณ์จะดีขึ้น เจ็บปวดน้อยลง มีสติและปัญญา คิดว่าจะทำอย่างไรดีต่อไป
ต้องคิดว่าทุกคนก็เคยเจ็บปวดอย่างเราหรือมากกว่า เพราะทุกคนยังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องเคยเจ็บปวดมาแล้วและผ่านได้แล้ว ไม่ใช่แต่เราคนเดียวหรอก
การเชื่อและยอมรับในเรื่องกฎแห่งกรรม จะทำให้เรายอมรับความเจ็บปวดได้ง่ายขึ้น ว่าคงเป็นผลของการทำกรรมไม่ของเราในอดีต และผลนั้นตามมาถึงเราในปัจจุบัน จงอดทนและรับผลนั้นเถิด ทั้งเจ็บปวดทางใจหรือทางกาย เราจะไม่ตีโพยตีพาย ไม่บ่นซ้ำๆ ไม่ทุรนทุราย ซึ่งจะทำให้เราผ่านภาวะเจ็บปวดได้เร็วขึ้น เพราะเราไม่ย้ำเตือนถึงความเจ็บปวดนั้นบ่อยๆ
พร้อมทั้งในขณะที่รู้สึกเจ็บปวดนั้น เราจะเร่งทำความดีให้มากขึ้น เพื่อให้ผลกรรมของการทำความดีในปัจจุบัน ทำให้เราดีขึ้นในอนาคตจากวันนี้ไป(ทำความดี เช่น ทาน ศีล ภาวนา)
และการที่เราจดจ่อกับการตั้งใจทำความดี จะทำให้เราไม่จดจ่อกับความเจ็บปวดที่เรากำลังได้รับในขณะนั้น
เลิกวิเคราะห์เชิงโทษคนอื่นหรือโทษตัวเองเสียทีเถิด เพราะจะทำให้บาดแผลทางจิตใจเหวอะหวะมากขึ้น เจ็บปวดมากขึ้น เลิกผูกใจแค้น จองเวร จองกรรมกัน อภัยให้กันดีกว่า
แต่ถ้าเหตุการณ์ใดเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำให้เราเจ็บปวด ก็ตกลงกันตามกฎหมายได้แค่ไหนก็แค่นั้น อาจไม่สมใจเราก็ไม่เป็นไรหรอก ผ่านๆ ไปเสียเถิด และจะไม่มีความยุติธรรมใดๆ ที่สมใจเราหรอก มันจะยุติที่ธรรมชาติของโลกและชีวิตเสมอ ซึ่งก็คือ ยุติที่...ธรรมชาติ คือ ความไม่แน่นอนและยึดครองไม่ได้ไงเล่า
...รู้แล้วอย่างตกใจนะ โลกและชีวิตเป็นเช่นนี้เอง... เป็นตถตา ไงเล่า...
ต้องเข้าใจและยอมรับให้ได้ จะได้ไม่เจ็บปวดมาก
มนุษย์จะเจ็บปวดจากบาดแผลทางใจมากกว่าบาดแผลทางกาย เพราะบาดแผลทางกายมองเห็นได้ชัด โอกาสหายก็มีได้มากกว่า คนเห็นใจได้ง่ายกว่า เล่าให้ใครๆ ฟังก็สะดวกในกว่า
แต่ถ้าเป็นบาดแผลทางใจ คนอื่นไม่เห็น เล่าให้ฟังก็กลายเป็นเรื่องเล็กๆ ของเขา คนไม่เห็นในเท่าไหร่ หลายเรื่องต้องเก็บเอาไว้คนเดียว ยิ่งบ่มทุกข์ บ่มความเจ็บปวดมากขึ้น
ยอมรับเถิดว่าความเจ็บปวดทำให้เรารู้สึกว่าเรายังมีชิวิตอยู่ และจงรักชีวิตตัวเองให้เป็น หาแนวทางโดยใช้สติปัญญาเพื่อเยียวยาชีวิตและลดความเจ็บปวดลง ดังกล่าวมาแล้วดีกว่า
ดีกว่าบ่นรำพันว่า โอย...เจ็บปวดเหลือเกิน...ซึ่งจะทำให้เจ็บปวดมากขึ้น...เรื้อรังมากขึ้น
Tags: psychology2 Comments






#1 By ~ on 2007-03-12 23:40