ทำผิดแล้วขอโทษไม่เป็น
posted on 31 May 2007 02:05 by deltadrive in Psychologyจากคอลัมน์ "Inside ชีวิต" หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์
ผู้เขียน - ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ
ทำผิดแล้วขอโทษไม่เป็น
ก็รู้ว่าผิดไปแล้ว ยังจะต้องให้ขอโทษอีกหรือ อะไรกันนักหนา
คำพูดประโยคนี้คุณเคยได้ยินมาแล้วบ้างใช่ไหม ที่เวลาคนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัว หรือคนรักทำผิดไป แทนที่จะขอโทษกลับทำเฉยเสีย เวลาคุณทวงคำขอโทษ เขาก็อาจจะพูดประโยคดังกล่าว
หรือไม่ก็พูดว่า ไหนๆ ก็ผิดไปแล้ว เลยตามเลยก็แล้วกัน
แลดูเป็นเรื่องน่าขัน แต่ขำไม่ออก ถ้าจะบอกว่ามีคนไทยอีกเป็นจำนวนมาก ที่เวลาทำผิดไปแล้วกับคนใกล้ตัว คนในครอบครัว หรือคนรัก (ที่จีบได้แล้ว) มักไม่ยอมขอโทษ บางรายจะพาลโกรธถ้าหากถูกทวงให้กล่าวคำขอโทษ
ความผิดนั้นมักเป็นความผิดจริงๆ เช่น เข้าใจผิด กล่าวหาคนอื่นผิด ๆ หรือแสดงกิริยาไม่ดีใส่คนอื่น ฯลฯ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ใช้ความผิดแท้ ๆ เขาอาจจะกล่าวขอโทษได้ เช่นเวลาส่งแก้วน้ำผ่านหน้าคนอื่น หรือส่งของข้ามตัวคนอื่น
ผมดูหนังฝรั่ง เห็นบทเวลาคนทำผิดต่อกันในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด เขาจะกล่าวคำขอโทษ แววตาแสดงความรู้สึกว่าผิด กิริยาจะสงบลง ทำให้รู้ว่าเขารู้สึกผิด และเราก็น่าจะยกโทษให้อภัยได้ ถือว่าเป็นกิริยาของผู้ที่อยู่ในสังคมที่เจริญแล้ว
แต่ถ้าใครทำผิดแล้วไม่กล่าวขอโทษหรือกำลังลืมไป แก้เกี้ยวเลี่ยงไปเลี่ยงมา หรือพาลโกรธเมื่อถูกทวงนั้น ถือว่าเป็นพวกที่มีปมด้อยในใจ กลัวว่าขอโทษจะทำให้ตัวเองด้อยมากขึ้น เลยไม่ยอมขอโทษเมื่อทำผิดจริงๆ บางคนอ้างว่าอายหรือเขินเมื่อจะต้องขอโทษคนอื่น
ที่จริงแล้วเมื่อเรารู้สึกว่าเราทำผิดต่อคนอื่น หรือละเมิดคนอื่นทั้งทางวาจาหรือพฤติกรรม (บางคนรวมทั้งการทำความผิดทางความคิดด้วย แต่คนอื่นอาจไม่รู้ เจ้าตัวจะรู้เองคนเดียว) เราควรจะรู้สึกผิด และควรจะกระทำสิ่งดังนี้
1. กล่าวคำขอโทษด้วยท่าทางที่สงบ รู้สึกผิด ไม่แกล้งทำ หรือทำแบบประชดถ้าเป็นเด็กกว่าก็ควรจะพนมมือไหว้พร้อมกล่าวขอโทษ
2.ต้องรีบทำความดีให้มากขึ้นเป็นสองเท่าของที่เคยทำมาแล้ว ต่อคนนั้น เพื่อเป็นการไถ่โทษ หรือแสดงความจริงใจของตัวเองว่าเรารู้สึกผิดจริงๆ เช่น เมื่อพบกันจะต้องยิ้ม ทักทายก่อน หาเรื่องคุย ให้ความสนใจ หรือทำความดีอื่นๆ ชดเชยให้มากขึ้น มีคู่รักบางคู่เขาขอโทษกันด้วยดอกไม้และการ์ดขอโทษเล็กๆ ก็น่ารักดี
เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้วเราก็ต้องคอยระวังตัวเองว่าจะไม่ผิดซ้ำๆ กับเขาอีก เพราะถ้าเราทำผิดซ้ำๆ กับเขาอีก เขาจะคิดว่าเรามีนิสัยชอบทำผิด หรือมีสติปัญญาและสามัญสำนึกด้อยกว่าคนทั่วไป จึงทำผิดซ้ำๆ ซากๆ
คู่รักหลายๆ คู่เลิกกันไปเพราะสนิทกัน รักกันแล้ว เวลาทำผิดไม่ยอมขอโทษกันนี่แหละ และก็มีสามีภรรยาอีกหลายๆ คู่ที่ทนอยู่ด้วยกันด้วยความอึดอัดใจ เพราะฝ่ายหนึ่งทำผิดแล้วยังไม่ยอมขอโทษ ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งน้อยใจและรอคอยคำขอโทษอยู่
บางคนบอกว่ารอมาเป็น 10 ปีแล้ว เขาก็ยังไม่ขอโทษเลย คงลืมไปแล้วกระมัง
การรับรู้ว่าทำผิดไปแล้วและขอโทษอย่างเหมาะสมและทำตัวให้ดียิ่งขึ้นนั้น ถือว่าเป็นมารยาทสากล หรือเป็นทักษะในเชิงสังคมที่ทุกคนควรจะมี ควรจะรู้จัก แถมบางคนยังทำหยิ่ง อวดดี เมินเฉย เหมือนไม่รู้ว่าผิด หรือแม้รู้ว่าผิดฉันก็ไม่ยอมขอโทษเสียอย่างใครจะทำไม มิตรภาพที่ควรจะดำเนินต่อไปก็หยุดชะงัก ความรักที่ควรจะงอกงามก็หดหาย
การรู้สึกสำนึกผิดและขอโทษได้อย่างเหมาะสมนั้นเป็นปุ๋ยของมิตรภาพและความรัก ส่วนการรู้สึกผิด (หรือไม่รู้สึกผิด) แต่ไม่ยอมขอโทษ เป็นเพลี้ย หรือยาพิษของมิตรภาพและความรัก ถ้าเติมใส่ลงไปความรักและมิตรภาพก็เฉาตายหมด
ไม่อยากบอกว่าให้เลือกใส่กันเอง ว่าจะเอาปุ๋ยหรือยาพิษใส่ลงไปนความรักและมิตรภาพมนุษย์ แต่อยากบอกว่า ต้องรู้จักใส่ปุ๋ยลงในมิตรภาพและความรักของมนุษย์
ถ้าอยากจะถูกเรียกว่าเป็น มนุษย์ อีกต่อไป





ดีกว่า วางฟอร์ม หยิ่ง จนปล่อยให้เรื่องมันเลวร้าย จริงมะลุงเด้
#1 By lalabye~ (58.8.44.118) on 2007-05-31 02:56