เพียงเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยนไป
posted on 16 Jun 2007 12:11 by deltadrive in Psychology
จากคอลัมน์ "Inside ชีวิต" หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์
ผู้เขียน ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ
เพียงเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยนไป
ความสุขมีหลายแบบ หลายระดับ
บางคนพอใจจะมีความสุขแบบคนทั่ว ๆ ไป มีกิเลส มีความอยากได้ทั้งวัตถุ เซ็กซ์ บางคนอยากสุขแบบขั้นสูง ๆ ขึ้นไปอีก คือ ...สุขแบบ เทวดา ...สุขแบบ พรหม ...สุขแบบ นิพพาน
บางคนแสวงหาความสุขแบบมนุษย์ทั่ว ๆ ไป บางคนแสวงหาความสุขแบบนักบวช โดยสนใจความสันโดษ ลดกิเลสราคะลง มองเห็นความ "ไม่มีอะไร" เป็นความสุข ซึ่งอาจจะตรงข้ามกับมนุษย์ทั่วไปที่มองเห็น "ความมีอะไรมาก ๆ" เป็นความสุข
สุขแบบนักบวชจะมุ่งไปที่การปล่อยวาง ลดละ มากกว่าความอยากสะสมสิ่งต่าง ๆ
วันนี้ จะเสนอแนวคิดที่จะทำให้เกิดความสุขที่ไม่เกี่ยวกับ "วัตถุ" ที่รวบรวมได้จากป้ายธรรมะตามวัด หรือฟังพระเทศน์ในบางครั้งมาให้พิจารณาดูบ้าง ถ้าท่านเปลี่ยนความคิดเป็นแนวดังกล่าวได้บ้าง ชีวิตจะเปลี่ยนไป มีความสุขมากขึ้น
คนที่จะมีความสุขความสำเร็จได้มากนั้น ควรจะ
1. อย่าอายทำดี ถ้าคิดว่าเป็นสิ่งดีแล้วให้ทำเลย อย่าอาย บางคนกลัวคนอื่นจะหาว่าเป็นคนดีแล้วคบยาก หรือกลัวการถูกล้อว่า แหม! ...ดีจัง
ทีเวลาทำความชั่วกลับไม่อาย
การทำความดีนี้ ให้หมั่นทำบ่อย ๆ ผลที่ได้รับคือความชื่นใจตัวเอง และคนรอบข้างจะรู้สึกอยากเป็นมิตรเมื่ออยู่ด้วย
2. อย่ามีปมด้อย วิธีลดปมด้อยก็คือ ให้เปลี่ยนแนวคิดเสีย โดยให้คิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเรานั้น ถ้าเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ หรือมีคนมาว่าเรา หรือเราคิดไปเองว่าเราไม่ดี เป็นเรื่องของ "อดีต" แล้วทั้งนั้น เราหวนกลับไปหาไม่ได้ ก็ไม่ต้องคิดถึงมันอีกต่อไป เสียเวลา
และให้หาทาง "จับถูก" ตัวเราทุก ๆ วันว่ามีอะไรถูกต้องหรือดีบ้าง แม้เป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ใช้ได้ และให้ "ชื่นชม" ตัวเองบ่อย ๆ ด้วยว่า "เก่งมาก...ดีมาก" แล้วปมด้อยก็จะหายไปเอง
3. อย่าคอยวาสนา ไม่ต้องรอคอยอะไรอีกแล้ว ให้ลงมือทำกิจกรรมที่เหมาะสม และคิดว่าดีแล้วให้เต็มที่ ทำให้มาก ได้ผลมากน้อยเท่าไรก็ให้ชื่นใจกับผลที่ได้รับนั้น เพราะถือว่าได้ลงมือทำแล้ว เก่งมาก ดีมากแล้ว คนส่วนใหญ่รอคอยวาสนา โชคลาภ จึงไม่ลงมือทำอะไร ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่มีอะไรเช่นกัน
จำไว้ว่า...ไม่มีคำว่า ไม่มีความสามารถ หรือทำไม่ได้หรอก
มีแต่คำว่า "ไม่ได้ทำ" มากกว่า ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จและไม่มีผลงาน
4. อย่าบ้าอบายมุข ก็รู้ ๆ อยู่ว่าอบายมุขเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และทำให้ตัวเองเสื่อมทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณที่ดีงาม จึงไม่ควรทำ
ทั้ง 4 ข้อนี้ เป็นข้อแนะนำง่าย ๆ ที่ทำให้มีความสุข ความสำเร็จมากขึ้น ลองทำดูซิ แล้วคุณจะรู้สึกว่าตัวเองเบามากขึ้น สิ่งที่หนัก ๆ ในใจในสมองจะลดน้อยลง
เพราะเป็นการลดน้ำหนักของวัตถุและความอยากได้ที่เราถืออยู่ โดยเรารู้จักปล่อยวางสิ่งที่หนัก ๆ เหล่านั้นลงบ้าง ไม่ถือหรือแบกเอาความอยากได้ หรือความต้องการที่ไม่รู้จักหมดนั้นเอาไว้กับตัวอีกนานต่อไป เราจึงรู้สึกเบาลง
การเปลี่ยนแปลงที่ยากที่สุดคือการเปลี่ยนแนวคิด จะสุขหรือทุกข์มากขึ้นก็อยู่ที่วิธีคิดนี่เอง
แต่เชื่อไหมว่า "เพียงเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยนได้"
วันเวลาล่วงไปเรื่อย ๆ เราเคยคิดจะลองเปลี่ยนวิธีคิดดูบ้างไหม?
ผู้เขียน ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ
เพียงเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยนไป
ความสุขมีหลายแบบ หลายระดับ
บางคนพอใจจะมีความสุขแบบคนทั่ว ๆ ไป มีกิเลส มีความอยากได้ทั้งวัตถุ เซ็กซ์ บางคนอยากสุขแบบขั้นสูง ๆ ขึ้นไปอีก คือ ...สุขแบบ เทวดา ...สุขแบบ พรหม ...สุขแบบ นิพพาน
บางคนแสวงหาความสุขแบบมนุษย์ทั่ว ๆ ไป บางคนแสวงหาความสุขแบบนักบวช โดยสนใจความสันโดษ ลดกิเลสราคะลง มองเห็นความ "ไม่มีอะไร" เป็นความสุข ซึ่งอาจจะตรงข้ามกับมนุษย์ทั่วไปที่มองเห็น "ความมีอะไรมาก ๆ" เป็นความสุข
สุขแบบนักบวชจะมุ่งไปที่การปล่อยวาง ลดละ มากกว่าความอยากสะสมสิ่งต่าง ๆ
วันนี้ จะเสนอแนวคิดที่จะทำให้เกิดความสุขที่ไม่เกี่ยวกับ "วัตถุ" ที่รวบรวมได้จากป้ายธรรมะตามวัด หรือฟังพระเทศน์ในบางครั้งมาให้พิจารณาดูบ้าง ถ้าท่านเปลี่ยนความคิดเป็นแนวดังกล่าวได้บ้าง ชีวิตจะเปลี่ยนไป มีความสุขมากขึ้น
คนที่จะมีความสุขความสำเร็จได้มากนั้น ควรจะ
1. อย่าอายทำดี ถ้าคิดว่าเป็นสิ่งดีแล้วให้ทำเลย อย่าอาย บางคนกลัวคนอื่นจะหาว่าเป็นคนดีแล้วคบยาก หรือกลัวการถูกล้อว่า แหม! ...ดีจัง
ทีเวลาทำความชั่วกลับไม่อาย
การทำความดีนี้ ให้หมั่นทำบ่อย ๆ ผลที่ได้รับคือความชื่นใจตัวเอง และคนรอบข้างจะรู้สึกอยากเป็นมิตรเมื่ออยู่ด้วย
2. อย่ามีปมด้อย วิธีลดปมด้อยก็คือ ให้เปลี่ยนแนวคิดเสีย โดยให้คิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเรานั้น ถ้าเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ หรือมีคนมาว่าเรา หรือเราคิดไปเองว่าเราไม่ดี เป็นเรื่องของ "อดีต" แล้วทั้งนั้น เราหวนกลับไปหาไม่ได้ ก็ไม่ต้องคิดถึงมันอีกต่อไป เสียเวลา
และให้หาทาง "จับถูก" ตัวเราทุก ๆ วันว่ามีอะไรถูกต้องหรือดีบ้าง แม้เป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ใช้ได้ และให้ "ชื่นชม" ตัวเองบ่อย ๆ ด้วยว่า "เก่งมาก...ดีมาก" แล้วปมด้อยก็จะหายไปเอง
3. อย่าคอยวาสนา ไม่ต้องรอคอยอะไรอีกแล้ว ให้ลงมือทำกิจกรรมที่เหมาะสม และคิดว่าดีแล้วให้เต็มที่ ทำให้มาก ได้ผลมากน้อยเท่าไรก็ให้ชื่นใจกับผลที่ได้รับนั้น เพราะถือว่าได้ลงมือทำแล้ว เก่งมาก ดีมากแล้ว คนส่วนใหญ่รอคอยวาสนา โชคลาภ จึงไม่ลงมือทำอะไร ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่มีอะไรเช่นกัน
จำไว้ว่า...ไม่มีคำว่า ไม่มีความสามารถ หรือทำไม่ได้หรอก
มีแต่คำว่า "ไม่ได้ทำ" มากกว่า ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จและไม่มีผลงาน
4. อย่าบ้าอบายมุข ก็รู้ ๆ อยู่ว่าอบายมุขเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และทำให้ตัวเองเสื่อมทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณที่ดีงาม จึงไม่ควรทำ
ทั้ง 4 ข้อนี้ เป็นข้อแนะนำง่าย ๆ ที่ทำให้มีความสุข ความสำเร็จมากขึ้น ลองทำดูซิ แล้วคุณจะรู้สึกว่าตัวเองเบามากขึ้น สิ่งที่หนัก ๆ ในใจในสมองจะลดน้อยลง
เพราะเป็นการลดน้ำหนักของวัตถุและความอยากได้ที่เราถืออยู่ โดยเรารู้จักปล่อยวางสิ่งที่หนัก ๆ เหล่านั้นลงบ้าง ไม่ถือหรือแบกเอาความอยากได้ หรือความต้องการที่ไม่รู้จักหมดนั้นเอาไว้กับตัวอีกนานต่อไป เราจึงรู้สึกเบาลง
การเปลี่ยนแปลงที่ยากที่สุดคือการเปลี่ยนแนวคิด จะสุขหรือทุกข์มากขึ้นก็อยู่ที่วิธีคิดนี่เอง
แต่เชื่อไหมว่า "เพียงเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยนได้"
วันเวลาล่วงไปเรื่อย ๆ เราเคยคิดจะลองเปลี่ยนวิธีคิดดูบ้างไหม?





สิ่งหนึ่งที่ลิได้เรียนรู้จากการไปต่างประเทศมาคือ การอย่าคอยวาสนา อยากได้อะไร อยากมีอะไร เราต้องขวนขวายมาด้วยตนเอง ที่สำคัญสุดๆคือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ
#1 By หนูพุก on 2007-06-16 20:21