คนบ้า เหงาไหม?

posted on 22 Jun 2007 05:55 by deltadrive  in Psychology
จากคอลัมน์ "Inside ชีวิต" หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์
ผู้เขียน ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ



คนบ้า เหงาไหม ?

พอเอ่ยถึงคำว่า คนบ้า เรามักคิดถึงคนวิกลจริต เสียสติ คนเหล่านี้มักสร้างโลกของตัวเอง ไม่สนใจโลกภายนอก ไม่แคร์สังคมรอบตัว บางคนถึงขนาดสร้างภาษาพูดของตนเอง ไม่อยากพูดกับคนทั่ว ๆ ไป หรือพูดกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง


หลายคนบอกว่า เป็นคนบ้าถ้าจะสบายดี ไม่เครียด ไม่กังวล ไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องรับผิดชอบใคร ๆ ทั้งสิ้น และบางคนก็ถึงกับอยากตะโกนออกมาว่า อยากบ้าจัง (โว้ย) จะได้สบายบ้าง!

แต่ความจริงก็คือ คนที่นึกอยากบ้านั้น มักจะไม่บ้าหรอก มักจะเป็นแค่เครียด กังวล หรือประสาทกินเท่านั้น แต่พวกที่ไม่อยากบ้า และไม่รู้ว่ากำลังจะบ้านี่ซิ มักจะเป็นบ้า


โรคบ้าหรือโรควิกลจริตนี้ ไม่ได้ติดต่อทางน้ำลายหรือทางเลือดหรอก ติดต่อกันไม่ได้ นอกจากอาจจะสืบทอดทางกรรมพันธุ์ได้ ถ้าใครมีญาติป่วยเป็นโรคจิตก็ต้องคอยระวังดูแลสุขภาพจิตตัวเองให้ดี อย่าให้มีพฤติกรรมและความคิดถดถอย จนถึงสร้างโลกของตัวเองดังกล่าวมาแล้ว


ก็มาถึงคำถามที่หลายคนถามว่า คนบ้านี้ จะเหงาไหม ? เพราะไม่เห็นสนใจโลกภายนอก อยู่กับตัวเองสบายแล้ว ก็ตอบว่า...ไม่เหงาหรอก เพราะเขาเลยขีดเหงาไปแล้ว ถึงขั้นแยกตัวสร้างโลกของตัวเองอยู่ตามลำพังแล้ว


แต่มีโรคบ้าบางอย่างที่เหงามาก ๆ คือ...
บ้างาน
บ้าอำนาจ
บ้าชื่อเสียง เกียรติยศ



พวกนี้จะมีความคาดหวังในชีวิตสูง อยากทำงานให้ประสบความสำเร็จมาก ๆ มีอำนาจมาก ๆ มีชื่อเสียงคนรู้จักมาก ๆ ทั้งคนที่อยู่ในวัยทำงานและวัยเกษียณแล้ว ชีวิตจึงทุ่มเทไปกับสิ่งที่ต้องการ มองดูผิวเผินก็ไม่น่าเหงา เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการทำงาน และสนใจผลตอบแทนเหล่านั้น

แต่เขาจะเหงาก็ตอนที่ได้ผลตอบแทนไม่สมใจนึกนี่เอง จะเริ่มโกรธตัวเองและโกรธคนอื่น ว่าไม่ดี ไม่เข้าท่า สู้ใคร ๆ ไม่ได้ มองตัวเองและคนรอบ ๆ ข้างต่ำต้อย จึงรู้สึกเหงามาก ๆ

และแม้จะประสบความสำเร็จแล้วก็จะเหงา เพราะเขาไม่สร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพื่อนมนุษย์ มักจะระแวงและแข่งขัน เอาแต่ได้ เอาแต่เพียงผลประโยชน์จากคนอื่นเท่านั้น...จึงเหงา เพราะไม่มีมิตรที่สนิทใจ และไม่รู้วิธีสร้างมิตร ถนอมมิตร มองมิตรเป็นแบบลูกค้าที่หวังได้ผลประโยชน์แล้วก็จากกัน


คนเหล่านี้มักแก้เหงาด้วยการบ้างาน บ้าอำนาจ และบ้าชื่อเสียงเกียรติยศต่อไป เป็นวงจรชีวิต ร่วมกับความกดดัน ก้าวร้าว และเครียดยิ่งขึ้น

ตอนสุดท้ายนอกจากเหงาแล้วยังมีของแถมอีกคือ โรคภัยที่มาจากความเครียด ที่เรียกว่า โรคจิต-สรีระแปรปรวน (Psycho Somatic Disorders) เช่น ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาธ หรือมะเร็ง ปวดหัว ปวดท้อง ถ่ายเป็นเลือด กามตายด้าน หรือเป็นผื่นตามตัว


อ่านถึงตอนนี้แล้วนึกสงสัยบ้างไหมว่า ระหว่างคนบ้าวิกลจริต กับคนบ้างาน บ้าอำนาจ บ้าชื่อเสียงเกียรติยศ


ใครจะทุกข์กว่ากัน ?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

=_=
คนบ้าวิกลจริต อาจจะทุกข์กายทุกข์ใจ แต่เจ้าตัวเขาไม่ใส่จเรื่องแบบนั้น เพราะเขาคงไม่เก็ยมาคิดหรอก สร้างโกส่วนตัวไปแล้ว....

เพราะงั้นถ้าทุกข์เท่ากัน คนที่"บ้า"อะไรแบบไม่เสียสติน่ะ น่าจะได้รับผลกระทบมากกว่า ก็เลยเรียกได้ว่าทุกข์กว่านั่นเอง

สภาพสังคมในปัจจุบันนี่ อัตราแข่งขันสูง ความกดดันสูง ความเครียดสูง โรคภัยจากความเครียดก็ย่อมมีมากตาม
ขนาดเราเองที่คิดว่าตัวเองไม่เครียด เป็นคนที่ปล่อยวางพอควร ไม่เก็บอะไรมากดดันตัวเอง ยังเคยโดนหามเข้าโรงพยาบาลเพราะเครียดเป็นเหตุเลยค่ะ ตอนนั้นกลับจากฮาวายแล้วมีซ้อมรับปริญญา นับเป็นสัปดหาที่ยุ่งมากๆ แล้วก็ไปเรียนคาบสุดท้ายของวิชาหนึ่งของ NetDesign ซึ่งเป็นการไปฟังสัมมนาที่โรงแรม สุดท้ายก็นั่งฟังไม่จบเพราะอาเจียนไม่หยุด เนื่องจากเครียดลงกระเพาะ (คุณหมอวินิจฉัยมาว่าเช่นนี้) เอิ๊ก...

#1 By Valentino on 2007-06-22 19:41

...เอ่อ พิมพ์ผิดเยอะเลย ขอโทษนะคะ ตอนนี้กำลังมีทัศนวิสัยไม่ดี แหะๆ... กะระยะไม่ค่อยถูก

#2 By Valentino on 2007-06-22 19:42

คนที่ไม่ได้เป็นคนบ้าจริงๆคงไม่มีเวลาจะเหงา เพราะมัวแต่คิดอยากทำนั่นทำนี่อยากได้นั่นอยากได้นี่ คนเหงาจริงๆคือครอบครัวเค้าตะหาก

#3 By (^_^)/nana on 2007-06-29 16:13