บทความต่อจากนี้ผมหยิบยกมาจาก ที่นี่(ซึ่ง จขบ. ดังกล่าวหยิบยกบทความนี้มาจากที่อื่นอีกต่อหนึ่ง) เห็นว่าเป็นบทความที่ให้แง่คิดดีทีเดียว จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่ออีกทอดหนึ่ง


พระราชากระหายเลือด


พระราชาแคว้นพาราณาสีองค์หนึ่งบรรทมแล้วเกิดสุบินนิมิตในทางร้าย เห็นชาวนากลุ้มรุมจะปลงพระชนม์ โดยให้เหตุผลต่างๆเกี่ยวกับความผิดของพระองค์ ซึ่งจริงบ้างไม่จริงบ้าง เมื่อตื่นจากบรรทมพระองค์จำได้ติดตรึงอยู่เหตุผลเดียว นั่นคือชาวนาไม่เคยเห็นพระองค์ใช้พระราชอำนาจ จึงไม่เลื่อมใสยำเกรงในความเป็นพระราชา ไม่ทราบจะปล่อยไว้ให้อยู่เหนือพวกตนทำไม


ช่วงสายของวันนั้น พระราชาจึงเสด็จออกถามชาวนาทีละคน

มีเหตุผลอะไรที่เราไม่ควรฆ่าเจ้า?

ชาวนาคนแรกทูลตอบด้วยความอกสั่นขวัญแขวนว่า ข้าน้อยมีลูกเมียต้องเลี้ยงดู
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที

ชาวนาคนที่สองทูลตอบด้วยดวงตาเหลือกลานว่า ข้าน้อยรักชีวิตยิ่ง
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที

ชาวนาคนที่สามทูลตอบด้วยท่าทีใจดีสู้เสือว่า ข้าน้อยส่งส่วยให้พระองค์มิได้ขาด
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที

เพียง ๓ คนแรกถูกพระราชาสั่งประหารกลางถนนอย่างน่าอนาถ ข่าวก็ร่ำลือไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนปรึกษากันจ้าละหวั่นว่าสมควรทูลตอบคำถามของพระราชาเสียสติอย่างไรจึงจะไม่ถูกประหาร


วันต่อมา พระราชาเสด็จเยี่ยมราษฎรอีกพร้อมคำถามเดิม

มีเหตุผลอะไรที่เราไม่ควรฆ่าเจ้า?

ชาวนาคนที่สี่ทูลตอบตัวสั่นงันงกตระหนกแทบสิ้นสติว่า ข้าน้อยจงรักภักดีต่อพระองค์ด้วยชีวิต
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที

ชาวนาคนที่ห้าทูลตอบเสียงแผ่วพร่าว่า ข้าน้อยไม่เคยคิดปองร้ายต่อพระองค์เลย
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที

อีก ๒ คนถูกประหารโดยไม่แจ้งเหตุผล แต่เจ้าชีวิตคือเจ้าชีวิต ประชาชนเป็นเพียงมดปลวกที่พระราชานึกอยากบี้เล่นก็บี้ได้ ทุกคนจึงระดมความคิดกันอย่างหนักที่สุด ว่าตกลงพระราชาต้องการคำตอบใดจึงจะถูกพระทัยและไว้ชีวิต


วันต่อมา พระราชาเสด็จเยี่ยมราษฎรอีกพร้อมคำถามเดิม

มีเหตุผลอะไรที่เราไม่ควรฆ่าเจ้า?

ชาวนาคนที่หกทูลตอบแบบกลัวมัจจุราชสุดขีดว่า ข้าน้อยต้องดูแลบิดามารดาที่เจ็บไข้
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที

ชาวนาคนที่เจ็ดทูลตอบด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า ข้าน้อยทำทานมากมาย มหาชนได้ประโยชน์จากการมีชีวิตของข้าน้อยเพียงคนเดียว
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที

ชาวนาคนที่แปดทูลตอบทั้งขาสั่นจะเป็นลมว่า ข้าน้อยรักความยุติธรรม เมื่อผิดค่อยว่าตามผิด
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที

ชาวนาคนที่เก้าทูลตอบด้วยความเชื่อมั่นในความดีความชอบว่า ข้าน้อยยับยั้งผองเพื่อนมิให้คิดลอบปลงพระชนม์
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที

อีก ๔ คนลาโลกไปโดยยังไม่มีใครกล้าหือหรือรวมตัวประท้วง ประชาชนเริ่มเซื่องซึมและพึมพำปลงสังเวช ต่างเลิกปรึกษากัน และเชื่อว่าไม่มีประโยชน์ที่จะทูลตอบประการใด ในเมื่อพระราชาทรงพระโรคจิตเช่นนี้


วันต่อมา พระราชาเสด็จเยี่ยมราษฎรอีกพร้อมคำถามเดิม

มีเหตุผลอะไรที่เราไม่ควรฆ่าเจ้า?

ชาวนาคนที่สิบทูลตอบอย่างไม่มีความอาลัยในชีวิตว่า ในเมื่อพระองค์ทรงเป็นยมทูต ข้าน้อยตอบอย่างไรก็ต้องถูกประหารอยู่ดี ก่อนตายขอข้าน้อยได้ล่วงรู้ให้หายคาใจเถิด ว่าพระองค์ประสงค์คำตอบใดกันแน่

พระราชาทรงสรวลอย่างพอพระทัย หลังจากประหารชีวิตชาวนามาเป็นวันที่สาม เพิ่งจะมีหนึ่งในสิบที่หาญถามพระองค์เช่นนั้น

"ข้าต้องการคำตอบที่ข้ารู้สึกพอใจ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าควรตอบอย่างไร"

แปลว่าแม้ข้าน้อยเงียบ พระองค์ไม่ได้คำตอบ ก็จะทรงประทานความตายแก่ข้าน้อยอยู่ดี?

"ถูกต้อง!"

ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยก็รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมพระองค์จึงไม่ควรประหารข้าน้อย

"เหตุผลคืออะไร?"

คือการเป็นผู้ให้สติกับพระองค์! พระองค์ทรงตั้งโจทย์ผิด คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าพวกข้าน้อยสมควรหรือไม่สมควรถูกฆ่า แต่อยู่ที่พระองค์สมควรหรือไม่สมควรฆ่าต่างหาก ยามนี้พระองค์ก็เหมือนคนทั้งหลายที่ทำผิดไปเรื่อย จนกว่าจะเจอเหตุผลที่น่าพอใจ ว่าทำไมมนุษย์จึงควรมีสำนึกผิดชอบชั่วดี

"ข้าเป็นถึงพระราชา เป็นผู้อยู่เหนือหัวของเจ้า เจ้าบังอาจว่าข้าทำผิดกระนั้นหรือ?"

สิ่งที่ทำให้พระองค์เป็นกษัตริย์ไม่ใช่ชาติกำเนิด แต่ด้วยความสง่างามของการมีมโนธรรมและเมตตาที่สูงส่งเหนือมนุษย์ เมื่อมโนธรรมและเมตตาของพระองค์หยุดทำงาน พระองค์ก็มีสิทธิ์ทำผิดได้เท่าๆกับคนธรรมดาที่งมหาคำตอบที่ถูกจากการตั้งคำถามที่ผิด เมื่อไม่ได้คำตอบที่พอใจก็ดันทุรังทำผิดไปเรื่อย เพียงเพื่อหลับลงในยามค่ำคืนด้วยความเป็นทุกข์ แล้วตื่นเช้าด้วยความกระวนกระวายออกแสวงหาสิ่งใดก็ไม่รู้

"ถ้าเช่นนั้นเราจะทำผิดอีกครั้งด้วยการตัดหัวเจ้าด้วยมือเราเองเดี๋ยวนี้!"

ข้าน้อยคือสติและความรู้ชอบของพระองค์ ถ้าพระองค์ประทานความตาย ก็เท่ากับฆ่าสติและความรู้ชอบอันเป็นโอกาสที่มีอยู่น้อยและหาได้ยากยิ่ง ในเมื่อพระองค์ยืนกรานว่าจะอยู่กับความไร้สติและความไม่รู้ต่อไป ข้าน้อยก็จนใจและขอทูลลา


พระราชาคว้าดาบจากราชมัลขึ้นมาเงื้อ แต่แล้วก็พระทัยอ่อนในวินาทีสุดท้าย ไว้ชีวิตชาวนาคนที่สิบและแต่งตั้งเขาเป็นอำมาตย์แทนอำมาตย์คนเดิมที่ไม่กล้าเป็นสติให้กับพระองค์

ถ้ามัวแต่ตั้งคำถามผิดๆ
คำตอบทั้งชีวิตจะผิดหมด




ในยามที่ไร้สติ... จิตไม่ถูกกำหนดควบคุม จิตก็จะเตลิด ฟุ้งซ่าน วุ่นวาย คลุ้มคลั่ง บ้าเลือด ก่อให้เกิดความสูญเสียนานาประการตามมา

แต่หากเพียงมีสติ... มีไว้เพื่อควบคุมจิต จิตก็จะไม่ฟุ้งซ่าน ไม่วุ่นวาย ไม่คลุ้มคลั่ง บ้าเลือด รู้จักแยกแยะตามความเป็นจริง และจะไม่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายตามมาในภายหลังนั่นเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

*-*
เย้ เย้
หวัดดี
5555+

ฉันก็เคยฟุ้งซ่านน่ะ
แบบว่า ลืมตัว ไม่มีสติสตังเลยทีเดียว
5555+

#1 By wakker on 2007-10-04 14:54