[Review] Thai - Japan Festival 2007
posted on 09 Dec 2007 13:20 by deltadrive in Diary
คำแนะนำ - สามารถคลิกที่รูปเพื่อดูรูปบรรยากาศงานในขนาดใหญ่ชัดเจนได้นะครับ
8 ธันวาคม 2550
ส่งท้ายสิ้นปีกับงานเทศกาลรื่นเริงในบรรยากาศญี่ปุ่นๆภายใต้ชื่องานว่า Thai - Japan Festival 2007 ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ที่จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี และในปีนี้ก็เป็นวาระพิเศษที่ครบรอบความสัมพันธ์ไทย - ญี่ปุ่น 120 ปีอีกด้วย

โคมไฟประดับรอบงานที่ส่งแสงสวยงามยามค่ำคืน

แผ่นป้ายเหนือทางเข้างาน
สถานที่จัดงานในปีนี้แน่นอนว่ามีความกว้างขวางมากกว่าครั้งที่แล้ว (ปี 2548) เพราะจัดกันบนสนามฟุตบอลเลยทีเดียว ห้างร้านต่างๆนานาต่างพากันส่งเสียงขายของกันเอ็ดตะโร ผู้เที่ยวชมที่เมื่อยล้าจากการเดินเที่ยวรอบงานก็สามารถหาที่นั่งบนอัฒจรรย์พักผ่อนกันได้ บางกลุ่มก็หาที่เหมาะบนสนามฟุตบอลนั่งพักกัน

กระดานรายชื่อร้านค้าและตำแหน่งที่ตั้ง

นักเก็ตไก่ถูกจัดเรียงใส่จานเพื่อส่งต่อความอิ่มอร่อยสู่ผู้ซื้อ
ตรงกลางสนามฟุตบอลจัดตั้งเวทีขนาดใญ่ มีกลองญี่ปุ่นตั้งอยู่กลางเวทีหนึ่งใบ ซึ่งเวทีนี้จะเป็นเวทีรำวงญี่ปุ่นที่เรียกว่า Bon Odori นั่นเอง
อีกฟากหนึ่งของสนามฟุตบอลจัดตั้งเวทีขนาดใหญ่โตเพื่อเป็นที่แสดงการแสดงชุดต่างๆ มากมาย ซึ่งในใบปลิวที่แจกตรงจุดประชาสัมพันธ์หน้างานจะบอกถึงรายละเอียดน่ารู้ของการแสดงแต่ละชุดเอาไว้
การแสดงในแต่ละชุดนั้นเรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี ด้านหน้าเวทีต่างวูบวาบไปด้วยแสงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวที่ต่างพากันเก็บภาพบรรยากาศและการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจเอาไว้

นักแสดงจากการแสดงชุด "ริวกิวโคะกุมัตซึริไดโกะ" จาก โอกินาวา

การแสดงบนเวทีชุด "โยะซะกุระ รัมบุ" จาก ชิสึโอกะ

นักแสดงที่เรียกเสียงฮือฮาจากตากล้องสาวหน้าเวทีมากที่สุด
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง แสงไฟจากโคมที่ห้อยเรียงรายให้ความสว่างเริ่มส่องแสงสวยงามมากยิ่งขึ้น การแสดงบนเวทีใหญ่ได้หยุดลง และดึงความสนใจไปที่เวทีกลางสนามฟุตบอล การเต้นบงโอโดริรอบที่หนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
บนเวทีรำวงบงโอโดรินั้นจะเป็นแขกผู้มีเกียรติของงานนี้ร่วมเต้นรำ ส่วนด้านล่างรอบเวทีก็มีพี่น้องชาวญี่ปุ่นจำนวนมากยืนล้อมรอบเป็นวงกลมและเต้นรำตามไปด้วย คนไทยจำนวนมากที่รู้สึกสนุกสนานกับงานเสียจนอดทนไม่ไหว ต้องขอลงไปร่วมรำวงบงโอโดริกับเขาด้วยก็มี จขบ. และน้องสาวคือหนึ่งในนั้น เพราะตั้งใจไว้ดิบดีแล้วว่าจะต้องมาเต้นให้ได้ ประสบการณ์การเต้นก็เคยมีมาแล้วจากงานครั้งก่อน จึงเสียเวลาแค่ฟื้นฟูความจำและจังหวะอีกนิดหน่อยจึงรำวงไปกับชาวญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว

เวทีกลางสนามสำหรับการรำ Bon Odori และผู้มีเกียรติที่กำลังสนุกสนานกับการร่ายรำ

ผู้ร่วมงานทั้งไทยและญี่ปุ่นต่างพากันร่ายรำรอบเวทีร่วมกัน

หนูน้อยกับลีลาแอคท่าตีกลอง
เมื่อการเต้นรำ Bon Odori รอบแรกจบลงก็กลับไปมีการแสดงบนเวทีใหญ่อีกครั้ง มีทั้งขบวน "นิจิอิโระจินดง" หรือชบวนพ่อค้าแม่ค้าขายของหาบเร่โบราณของชาวญี่ปุ่น ที่แต่งหน้าขาวและวาดหน้าตาให้ดูอารมณ์ดีมีรอยยิ้มตลอดเวลา นัยว่าใช้จิตวิทยาเอารอยยิ้มซื้อใจลูกค้า ซึ่งการแสดงนี้ก็ได้เดินวนรอบสนามกีฬาเพื่อให้ผู้ร่วมงานบนอัฒจรรย์ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดไม่แพ้ผู้ร่วมงานด้านหน้าเวทีทีเดียว

การแสดงบนเวทีชุด "ฮะนะงะสะ โอะโดะริ" จาก ยะมะงะตะ


การแสดงบนเวทีชุด "ฮะกะตะ ดงตักขุ" จาก ฟุกุโอกะ
ก่อนจะถึงการรำวงบงโอโดริรอบที่สอง ก็มีการแสดงรำไทยเป็นการปิดท้าย และก็รำวงบงโอโดริรอบที่สองกัน จขบ. และน้องสาวได้ผละจากหน้าเวทีออกมาหาของกินลงท้องก่อนที่จะถึงการแสดงรำไทย และก็ได้เดินทางกลับบ้านขณะที่มีการรำวงบงโอโดริครั้งที่สองนั่นเอง จึงไม่ได้อยู่ดูดอกไม้ไฟและพลุมากมายหลากสีสันที่จะจุดกันในช่วงเวลาเลิกงาน ที่รีบกลับเพราะไม่อยากเบียดเสียดกับผู้คนจำนวนมากในช่วงเวลาเลิกงานนั้นเอง
ปีนี้เสียดายที่ไปไม่ทันการแสดงกลองและการแสดงจากนักเรียนไทย-ญี่ปุ่น แต่ก็ยังสนุกสนานกับการแสดงชุดอื่นเช่นกัน คงจะเป็นการดีมากหากว่าตรงกลางสนามรอบเวทีรำวงบงโอโดรินั้นจะมีคนร่วมเต้นรำกันเป็นจำนวนมากกว่านี้ อาจจะเป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้จังหวะ ท่าทางการเต้น หรือไม่ก็เขินอาย บ้างก็ถ่ายรูปอย่างเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น รอยยิ้มที่เปื้อนหน้าทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นคงบ่งบอกได้ดีว่างานนี้ได้บรรลุถึงจุดประสงค์ได้มากน้อยเพียงใด
แล้วไว้ไปสนุกและร่วมเต้นบงโอโดริด้วยกันในอีก 2 ปีข้างหน้าครับ
ปล. ไฟล์วีดีโอไม่ขอเอามาลงให้ดูนะครับ คือ... มีเสียง จขบ.และน้องสาวแทรกบ่อยเกิน และคุณภาพต่ำเกินครับ อาย... แฮ่... ขอชดเชยด้วยวีดีโอการแสดงแบบต้นตำหรับจากทางญี่ปุ่น ด้วยการเซิร์จหาเอาจาก youtube แทนนะครับ
การแสดง Ryukyuko Matsuri Daiko จาก Okinawa
การแสดง Hanagasa Matsuri จาก Yamagata
การแสดง Awa Odori จาก Tokushima
8 ธันวาคม 2550
ส่งท้ายสิ้นปีกับงานเทศกาลรื่นเริงในบรรยากาศญี่ปุ่นๆภายใต้ชื่องานว่า Thai - Japan Festival 2007 ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ที่จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี และในปีนี้ก็เป็นวาระพิเศษที่ครบรอบความสัมพันธ์ไทย - ญี่ปุ่น 120 ปีอีกด้วย

โคมไฟประดับรอบงานที่ส่งแสงสวยงามยามค่ำคืน

แผ่นป้ายเหนือทางเข้างาน
สถานที่จัดงานในปีนี้แน่นอนว่ามีความกว้างขวางมากกว่าครั้งที่แล้ว (ปี 2548) เพราะจัดกันบนสนามฟุตบอลเลยทีเดียว ห้างร้านต่างๆนานาต่างพากันส่งเสียงขายของกันเอ็ดตะโร ผู้เที่ยวชมที่เมื่อยล้าจากการเดินเที่ยวรอบงานก็สามารถหาที่นั่งบนอัฒจรรย์พักผ่อนกันได้ บางกลุ่มก็หาที่เหมาะบนสนามฟุตบอลนั่งพักกัน

กระดานรายชื่อร้านค้าและตำแหน่งที่ตั้ง

นักเก็ตไก่ถูกจัดเรียงใส่จานเพื่อส่งต่อความอิ่มอร่อยสู่ผู้ซื้อ
ตรงกลางสนามฟุตบอลจัดตั้งเวทีขนาดใญ่ มีกลองญี่ปุ่นตั้งอยู่กลางเวทีหนึ่งใบ ซึ่งเวทีนี้จะเป็นเวทีรำวงญี่ปุ่นที่เรียกว่า Bon Odori นั่นเอง
อีกฟากหนึ่งของสนามฟุตบอลจัดตั้งเวทีขนาดใหญ่โตเพื่อเป็นที่แสดงการแสดงชุดต่างๆ มากมาย ซึ่งในใบปลิวที่แจกตรงจุดประชาสัมพันธ์หน้างานจะบอกถึงรายละเอียดน่ารู้ของการแสดงแต่ละชุดเอาไว้
การแสดงในแต่ละชุดนั้นเรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี ด้านหน้าเวทีต่างวูบวาบไปด้วยแสงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวที่ต่างพากันเก็บภาพบรรยากาศและการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจเอาไว้

นักแสดงจากการแสดงชุด "ริวกิวโคะกุมัตซึริไดโกะ" จาก โอกินาวา

การแสดงบนเวทีชุด "โยะซะกุระ รัมบุ" จาก ชิสึโอกะ

นักแสดงที่เรียกเสียงฮือฮาจากตากล้องสาวหน้าเวทีมากที่สุด
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง แสงไฟจากโคมที่ห้อยเรียงรายให้ความสว่างเริ่มส่องแสงสวยงามมากยิ่งขึ้น การแสดงบนเวทีใหญ่ได้หยุดลง และดึงความสนใจไปที่เวทีกลางสนามฟุตบอล การเต้นบงโอโดริรอบที่หนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
บนเวทีรำวงบงโอโดรินั้นจะเป็นแขกผู้มีเกียรติของงานนี้ร่วมเต้นรำ ส่วนด้านล่างรอบเวทีก็มีพี่น้องชาวญี่ปุ่นจำนวนมากยืนล้อมรอบเป็นวงกลมและเต้นรำตามไปด้วย คนไทยจำนวนมากที่รู้สึกสนุกสนานกับงานเสียจนอดทนไม่ไหว ต้องขอลงไปร่วมรำวงบงโอโดริกับเขาด้วยก็มี จขบ. และน้องสาวคือหนึ่งในนั้น เพราะตั้งใจไว้ดิบดีแล้วว่าจะต้องมาเต้นให้ได้ ประสบการณ์การเต้นก็เคยมีมาแล้วจากงานครั้งก่อน จึงเสียเวลาแค่ฟื้นฟูความจำและจังหวะอีกนิดหน่อยจึงรำวงไปกับชาวญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว

เวทีกลางสนามสำหรับการรำ Bon Odori และผู้มีเกียรติที่กำลังสนุกสนานกับการร่ายรำ

ผู้ร่วมงานทั้งไทยและญี่ปุ่นต่างพากันร่ายรำรอบเวทีร่วมกัน

หนูน้อยกับลีลาแอคท่าตีกลอง
เมื่อการเต้นรำ Bon Odori รอบแรกจบลงก็กลับไปมีการแสดงบนเวทีใหญ่อีกครั้ง มีทั้งขบวน "นิจิอิโระจินดง" หรือชบวนพ่อค้าแม่ค้าขายของหาบเร่โบราณของชาวญี่ปุ่น ที่แต่งหน้าขาวและวาดหน้าตาให้ดูอารมณ์ดีมีรอยยิ้มตลอดเวลา นัยว่าใช้จิตวิทยาเอารอยยิ้มซื้อใจลูกค้า ซึ่งการแสดงนี้ก็ได้เดินวนรอบสนามกีฬาเพื่อให้ผู้ร่วมงานบนอัฒจรรย์ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดไม่แพ้ผู้ร่วมงานด้านหน้าเวทีทีเดียว

การแสดงบนเวทีชุด "ฮะนะงะสะ โอะโดะริ" จาก ยะมะงะตะ


การแสดงบนเวทีชุด "ฮะกะตะ ดงตักขุ" จาก ฟุกุโอกะ
ก่อนจะถึงการรำวงบงโอโดริรอบที่สอง ก็มีการแสดงรำไทยเป็นการปิดท้าย และก็รำวงบงโอโดริรอบที่สองกัน จขบ. และน้องสาวได้ผละจากหน้าเวทีออกมาหาของกินลงท้องก่อนที่จะถึงการแสดงรำไทย และก็ได้เดินทางกลับบ้านขณะที่มีการรำวงบงโอโดริครั้งที่สองนั่นเอง จึงไม่ได้อยู่ดูดอกไม้ไฟและพลุมากมายหลากสีสันที่จะจุดกันในช่วงเวลาเลิกงาน ที่รีบกลับเพราะไม่อยากเบียดเสียดกับผู้คนจำนวนมากในช่วงเวลาเลิกงานนั้นเอง
ปีนี้เสียดายที่ไปไม่ทันการแสดงกลองและการแสดงจากนักเรียนไทย-ญี่ปุ่น แต่ก็ยังสนุกสนานกับการแสดงชุดอื่นเช่นกัน คงจะเป็นการดีมากหากว่าตรงกลางสนามรอบเวทีรำวงบงโอโดรินั้นจะมีคนร่วมเต้นรำกันเป็นจำนวนมากกว่านี้ อาจจะเป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้จังหวะ ท่าทางการเต้น หรือไม่ก็เขินอาย บ้างก็ถ่ายรูปอย่างเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น รอยยิ้มที่เปื้อนหน้าทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นคงบ่งบอกได้ดีว่างานนี้ได้บรรลุถึงจุดประสงค์ได้มากน้อยเพียงใด
แล้วไว้ไปสนุกและร่วมเต้นบงโอโดริด้วยกันในอีก 2 ปีข้างหน้าครับ
ปล. ไฟล์วีดีโอไม่ขอเอามาลงให้ดูนะครับ คือ... มีเสียง จขบ.และน้องสาวแทรกบ่อยเกิน และคุณภาพต่ำเกินครับ อาย... แฮ่... ขอชดเชยด้วยวีดีโอการแสดงแบบต้นตำหรับจากทางญี่ปุ่น ด้วยการเซิร์จหาเอาจาก youtube แทนนะครับ
การแสดง Ryukyuko Matsuri Daiko จาก Okinawa
การแสดง Hanagasa Matsuri จาก Yamagata
การแสดง Awa Odori จาก Tokushima






- -" ขอบคุณสำหรับรูปฮะ
ปีนี้อลังการน่าดูเลย ... พูดแล้วก็เสียดายลึก 55
#1 By gaao on 2007-12-09 15:18