ที่มา : http://www.demo-crazy.com/online/?p=92

โฆษกหนุ่มกรมสุขภาพจิตหยิบสื่อสเปน แฉผู้ปกครองนำเด็ก 12 ขวบรักษาอาการเสพติดมือถือจนไม่เป็นอันเรียน ชี้อยากสร้างสัมพันธ์กับเพื่อน สร้างภาระค่าโทรเหยียบหมื่น ทั้งบ่มเพาะ “โรคด่วนได้” ทำอะไรต้องเอาแต่ใจ นอกจากนี้ยังสร้างสัมพันธภาพรวดเร็ว จนนำไปสู่เพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึง กรณีหนังสือพิมพ์รายวันของสเปน รายงานว่า ผู้ปกครองนำเด็กอายุ 12 ปีเข้ารับการรักษาโรค “เสพติดโทรศัพท์มือถือ” ในโรงพยาบาลจิตเวชเป็นรายแรก เนื่องจากขาดมือถือไม่ได้ จนไม่เป็นอันเรียนหนังสือว่า วัยรุ่นเป็นวัยที่ชอบพูดชอบคุย อยากสร้างสัมพันธภาพกับเพื่อน จึงพบพฤติกรรมใช้โทรศัพท์เกินความจำเป็น บางคนเสียค่าโทรเดือนละ 10,000-20,000 บาท จนกลายเป็นหนี้สิน ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลการใช้โทรศัพท์ของลูกด้วย เพราะมือถือสามารถเข้าถึงการดาวน์โหลดรูปภาพ หรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้

นอกจากนี้ โทรศัพท์มือถือยังบ่มเพาะให้เกิดพฤติกรรม “โรคด่วนได้” คือ รออะไรไม่ได้ เพราะมือถือสามารถส่งข้อความสั้นหรือเอสเอ็มเอสได้ภายในไม่กี่นาที และได้รับคำตอบกลับมารวดเร็วเช่นกัน ต่างกับสมัยก่อนที่ใช้การเขียนจดหมาย ต้องใช้เวลารอคอยการตอบ ความรวดเร็วของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้คนรุ่นใหม่รอคอยอะไรไม่เป็น ซึ่งมีการหารือกันในกลุ่มจิตแพทย์ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าด้วยปัญหาการจราจร ทำให้บางครอบครัวต้องซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูกตั้งแต่ชั้นอนุบาล เพราะใช้ในการนัดหมายจุดที่พ่อแม่มารับ-ส่ง เนื่องจากไม่มีที่จอดรถรับ-ส่ง

ซึ่งหากใช้ด้วยเหตุผลที่เหมาะสมก็ไม่เสียหาย อยากให้ใช้มือถือเหมือนเป็นของใช้ส่วนกลางอย่าให้เด็กมีอภิสิทธิ์ในการโหลดภาพ หรือให้เบอร์กับคนนั้นคนนี้ จนไม่สามารถควบคุมการใช้ได้ ซึ่งการใช้โทรศัพท์มือถือมี 2 ด้าน คือมีทั้งประโยชน์และอาจเกิดผลเสียตามมาได้ จึงต้องควบคุมการใช้ให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม โดยอย่าเพิ่งให้เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกในช่วงวัยที่ไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ยังกล่าวอีกว่า จากสภาพสังคมไทยที่พ่อแม่ต้องมาทำงานที่อื่นและใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อพูดคุยกับลูกจะส่งผลเสียหรือไม่นั้น ตนเห็นว่า เป็นสิ่งที่ดีในการสร้างสัมพันธ์พ่อแม่ลูก การได้ยินเสียงพ่อแม่หรือลูกทำให้ชื่นใจ หายคิดถึงลดความเครียดจากความวิตกกังวลเป็นห่วงได้ ส่วนอายุน้อยที่สุดที่จะให้ลูกมีมือถือควรเป็นเท่าใดนั้น เห็นว่าควรพิจารณาที่ความเหมาะสม ว่า ลูกรู้จักรับผิดชอบได้หรือไม่ ต้องไม่กระทบค่าใช้จ่าย การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

สำหรับการใช้มือถือในเด็กวัยอนุบาลนั้นคิดว่า เด็กในวัยนี้คงยังไม่สนใจเล่นมือถือ เพราะมีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจมากกว่า และยังคงไม่เข้าใจฟังก์ชันต่างๆ ในมือถือที่มีอยู่มากมาย ต่างจากเด็กวัยรุ่นจะสนใจมากกว่า ที่ผ่านมา มีพ่อแม่ปรึกษาเรื่องลูกวัยรุ่นติดโทรศัพท์มานานแล้ว หลังเลิกเรียนอย่างน้อยต้องคุย 1 ชั่วโมง หรือมีบางคนคุยกันทั้งคืนก็มี แต่จำนวนไม่มากโดยเป็นพฤติกรรมในระดับมัธยมศึกษา ส่วนอายุ 2-3 ขวบ ยังไม่พบเป็นโรคติดมือถือ

นอกจากนี้ มีผลการวิจัยในต่างประเทศ พบว่าเด็กวัยรุ่นกลุ่มที่ใช้โทรศัพท์มือถือเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ใช้ พบว่ากลุ่มที่ใช้มือถือ มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรมากกว่ากลุ่มไม่ใช้ ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า มือถือทำให้เด็กและเยาวชนสร้างสัมพันธภาพต่อกันอย่างรวดเร็ว ใกล้ชิดกันจนนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรได้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมก็ใช้ แบบบ้าด้วยสิ sad smile

#1 By [Blog]-`Nutty.,* on 2008-07-01 23:07

โอ๊ะ ผมก็ติดมือถือ



แต่คิดว่าผมไม่เป็นโรคน่ะ

#2 By HaAnNaWay on 2008-07-01 23:34

ไม่ติดเลย = =

#3 By Irish Marisa ♥ ~ on 2008-07-02 00:03